วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปรับลงต่อ

ซื้อคืนเพื่อเก็งกำไรบริเวณ 1460 จุด เน้นหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนของรัฐฯ

Market Outlook

คาดดัชนีฯ สัปดาห์นี้ ทดสอบแนวรับ 1475/1460 จุด วิตกปัญหาหนี้กรีซลุกลาม แนะเลือกเก็งกำไรรายตัวบริเวณแนวรับ

คาดดัชนีฯ ปรับลงต่อ แนวรับ 1470/1460 จุด แนวต้าน 1475/1480 จุด แม้ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่รีบาวด์ในเช้าวันนี้ หลังสหรัฐประกาศตัวเศรษฐกิจออกมาดีต่อเนื่อง แต่คาดตลาดหุ้นไทยจะได้แรงกดดันจากกลุ่มพลังงาน ที่วานนี้ราคาน้ำมันดิบโลกดิ่งลงแรง ขณะที่กลุ่มธนาคารยังมีแรงขายออกมาต่อเนื่อง จากแรงกดดันภาวะเศรษฐกิจในประเทศ วันนี้จับตาการประชุมระหว่างผู้นำชาติยุโรปประเด็นแผนความช่วยเหลือทางการเงินกรีซ และผลประชุมอิหร่าน-ชาติมหาอำนาจโลก ต่อโครงการนิวเคลียร์

กลยุทธ์ ซื้อคืนเพื่อเก็งกำไรบริเวณ 1460 จุด เน้นหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนของรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง กลุ่มสื่อสาร พลังงานทางเลือก


ปัจจัยต่างประเทศ

ผู้นำชาติยุโรปหารือประเด็นกรีซในวันนี้ หลังจากผลประชามติกรีซในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ประชาชนส่วนใหญ่โหวต NO ไม่รับแผนมาตรการรัดเข็มขัดจากกลุ่มเจ้าหนี้ ส่งผลให้ผู้นำชาติสมาชิกยูโรโซน ต้องนัดหารือด่วน โดยท่าทีล่าสุด กลุ่มเจ้าหนี้จะรอให้กรีซเป็นผู้เสนอแผนปฏิรูปฉบับใหม่ให้กลุ่มเจ้าหนี้พิจารณา โดยก่อนหน้านี้นายกฯ กรีซเคยกล่าวกับประชาชนไว้ว่า ผลโหวต No จะช่วยให้กรีซมีจุดยืนในการต่อรองที่แข็งแกร่งขึ้น ทั้งนี้ วานนี้ รัฐมนตรีคลังกรีซ นายยานิส วารูฟาคิส ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่ง โดยให้เหตุผลว่าจะทำให้การเจรจากับเจ้าหนี้ราบรื่นขึ้น โดยกรีซได้แต่งตั้งนายยูคลิด ซาคาโลตอสขึ้นมารับตำแหน่งแทน โดยนายยูคลิด มีท่าทีสนับสนุนให้กรีซอยู่ในสหภาพยุโรปและยูโรโซน และมีอุปนิสัยที่นุ่มนวล ไม่แข็งกร้าวเหมือนนายวารูฟาคิส ซึ่งมักสร้างความไม่พอใจในการเจรจากับทางเจ้าหนี้

ผลกระทบทางตรงต่อเศรษฐกิจจากปัญหาหนี้กรีซ เราคาดว่าจะจำกัด เนื่องจากไทยและกรีซมีความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจต่อกันน้อย โดยมูลค่าการส่งออกของไทยไปยังกรีซมีสัดส่วนต่ำกว่า 0.1% ของมูลค่าส่งออกรวม หรือคิดเป็นเพียง 0.03% ของจีดีพีเท่านั้น และผลกระทบต่อการท่องเที่ยวมีไม่มาก นักท่องเที่ยวกรีซเดินทางมายังประเทศไทยเฉลี่ยปีละ 20,000 คน ซึ่งเป็นสัดส่วนน้อยกว่า 0.1% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมที่เดินทางมายังไทย

ผลกระทบต่อตลาดหุ้น คาดว่าตลาดหุ้นไทยรวมถึงสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ ในระยะสั้น จะได้รับผลกระทบด้านลบจากปัญหาหนี้กรีซ โดย

1) ในกรณีดีสุดและกรณีฐาน (60%) (กรณีดีสุด ไม่มีการผิดนัดชำระหนี้เพิ่ม กรณีฐาน อาจต้องมีการ Haircut หนี้บางส่วน) เราคาดว่าจะเห็นการรีบาวด์ของตลาดหุ้นโลก ถ้ามีการเซ็นข้อตกลงฉบับใหม่ได้ภายในวันที่ 20 ก.ค. นี้ ไม่ว่ากรีซจะสามารถชำระหนี้ได้เต็มจำนวนหรือมีการประนอมหนี้ (Haircut) ก็ตาม หรือ ตลาดเริ่มรับรู้ว่า ปัญหากรีซไม่ลุกลามจนก่อให้เกิดวิกฤติการเงินรอบใหม่

2) กรณีเลวร้าย (40%) หากกรีซต้องออกจากยูโรโซน เราคาดว่าจะเห็นแรงขายสินทรัพย์เสี่ยงตามมาอีกระลอก แต่คาดว่าจะจำกัดอยู่ในยูโรโซนเป็นหลัก (ดูรายละเอียดได้ในรายงานพิเศษฉบับเต็ม ผลกระทบหลังกรีซโหวต ไม่รับ ข้อเสนอแผนรัดเข็มขัด)



สัญญาณทางเทคนิค รูปแบบระยะกลางของดัชนีฯ ยังคงเป็นรูปแบบขาลง Descending triangle โดยมีสัญญาณลงไปที่ 1448 จุด หลังจากการหลุดแนวรับหลัก 1475 จุด ส่วนระยะสั้น ดัชนีไม่สามารถกลับมายืนเหนือเส้น Uptrend Line ได้ ขณะที่ Indicators ให้สัญญาณลบมากขึ้น ดัชนีจึงคงเสี่ยงต่อการไหลลงหาแนวรับ