เรามองประเด็นกรีซจะทำให้หุ้นไทยขยับลงชั่วคราวและเป็นโอกาสดีในการซื้อหุ้น เลือกหุ้นเป็นรายตัว
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : ลุ้นรีบาวด์ทางเทคนิค
หลังจากที่ย่อลงแรงแล้วเมื่อวานนี้ เราคาดตลาดไทยวันนี้มีโอกาสทำ Technical rebound ด้วยปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัวขึ้น ประกอบกับตลาดรับรู้ข่าวเรื่องกรีซไปมากแล้วและนักลงทุนส่วนใหญ่เริ่มคาดการณ์ว่า ปัญหากรีซจะไม่บานปลายไปถึงประเทศเพื่อนบ้าน บวกกับราคาหุ้นในกลุ่มแบงก์ปรับลงมามากแล้วจึงมี down side ต่ำและมีโอกาสขยับขึ้นได้
แนวรับ/แนวต้าน : 1460/1500 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
กลยุทธ์ : เรามองประเด็นกรีซจะทำให้หุ้นไทยขยับลงชั่วคราวและเป็นโอกาสดีในการซื้อหุ้น เลือกหุ้นเป็นรายตัว เน้น story และพื้นฐานดี ปันผลสูงและควรทยอยขายบ้างเมื่อมีกำไร
นักลงทุนระยะสั้น : CK (30), SPCG (31)
CK (30) ขอฝากหุ้นพื้นฐานดีเอาไว้เล่นสั้นกันอีกตัวเป็น CK ครับ โดยการขายหุ้นของบริษัทไซยบุรีจะเพิ่มกำไรก่อนหักภาษีปีนี้ถึง 1.6 พันล้านบาท ส่วนทางด้านการควบรวม BECL และ BMCL ก็กำลังไปได้ดี โดยบริษัทใหม่ BEM จะเข้าเทรดชช่วงไตรมาส 3 นี้ นอกจากนี้กำไรปกติปีนี้ก็จะโตขึ้นได้ดี โดยมีงาน Backlog ในมืออยู่แล้ว 87,000 ล้านบาท และเร็วๆนี้จะเพิ่มมาอีกไม่ต่ำกว่า 15,000 ล้านบาทด้วย ถือเป็น Top pick ในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ เนื่องจากมีบริษัทลูกที่แข็งแกร่งเยอะ และ valuation ก็น่าสนใจกว่า STEC และ ITD ด้วย
SPCG (31) เหมาะอย่างยิ่งกับการ trade ทำกำไรระยะสั้น (ซื้อ 26 ขาย 27.50) โดยมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งรองรับหุ้นตัวนี้อยู่แล้ว เช่น 1.)เตรียมรับรู้รายได้ได้เต็มปีจากโครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 36 โครงการหรือ 206MW ส่งผลให้รายได้และกำไรปีนี้เติบโตอย่างชัดเจน 2.)ไตรมาส 3 จะมีดีลเข้าซื้อโรงไฟฟ้าในญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตไม่ต่ำกว่า 100MW 3.)ร่วมมือกับ Home Pro เพื่อจัดจำหน่ายอุปกรณ์ solar roof เพื่อเพิ่มรายได้ ประกอบกับ P/E ต่ำเพียง 13 เท่า ต่ำกว่าคู่แข่งอย่าง GUNKUL, DEMCO, และ IFEC ดังนั้นแนะนำ SPCG เป็นตัวเด่นกลุ่มพลังงานทดแทนและเอาไว้เล่นสั้นนะครับ
นักลงทุนระยะยาว : BDMS (25.50), HANA (45)
BDMS (25.50) เคยแนะนำไปแล้วในงาน Money Channel 11 ปี ว่าเป็นหุ้น Defensive ที่น่าเก็บสะสมตอน 19 บาท ตอนนี้ใกล้ 20 บาท ยังคงแนะนำซื้ออยู่ โดยขณะนี้ BDMS มี upside ที่สูงที่สุดในกลุ่มโรงพยาบาล ด้วย Target price ที่เราให้ไว้อยู่ที่ 25.50 ซึ่งให้ upside สูงถึง 28% ปัจจัยบวก มีอยู่หลายประการนะครับ เช่น 1.)BDMS จะสร้างตึกเพิ่มอีก 6 ตึก แต่ละตึกมี 60 เตียง ลงทุน 6 พันล้านบาท และ 2 พันล้านบาท เพื่อซื้ออุปกรณ์การแพทย์ โดยจะสร้างไว้รองรับผู้ป่วยต่างชาติจากการเปิด AEC โดยเราคาดว่าจะช่วยเพิ่ม capacity ได้ถึง 74% ภายในปี 2018 2.)BDMS มีแผนเปิดโรงพยาบาลเพิ่ม คือสมิทติเวช ชลบุรีในปีนี้ และเปาโลรังสิต และจอมเทียน Hospital ในปีหน้า และตั้งใจจะซื้อโรงพยาบาลเพิ่มอีก 7 โรงพยาบาลให้มีครบทั้งหมด 50 แห่ง 3.)อัตราส่วนของผู้ป่วยต่างชาติมีมากขึ้นเรื่อยๆ (30% เทียบกับ 25% เมื่อ 5 ปีก่อน) 4.)มีแผนขยายธุรกิจขายยาและเวชภัณฑ์ที่มี Margin สูงกว่าธุรกิจโรงพยาบาลทั่วไป สรุปคือ BDMS มี upside สูงถึง 28% และมีแผนขยายธุรกิจอย่างชัดเจน จัดเป็นหุ้น defensive ที่ต้านตลาดและเศรษฐกิจขาลงได้ดี ถือยาวได้ถึงสิ้นปีนี้เลย
HANA (45) ด้วยแนวโน้มที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้แถมเศรษฐกิจไทยอ่อนแอ เราขอแนะนำหุ้นที่ได้ประโยชน์อย่างมากจากแนวโน้มค่าเงินบาทอ่อนค่าลง อย่างเช่น HANA เพราะได้รายได้เกือบ 100% เป็นสกุลเงินต่างประเทศ ราคาหุ้นปัจจุบันและ upside น่าสนที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่ม electronics และการทำ sensitivity analysis ของเราพบว่า ทุก 1% ที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง จะทำให้กำไร HANA สูงขึ้นถึง 4.4% เลยครับผม
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ "ประยุทธ์"กล่อมญี่ปุ่นลงทุนเพิ่มดันไทยพ้นประเทศรายได้ปานกลาง หวังสนับสนุนนโยบายศูนย์ทดสอบรถยนต์ ขอช่วยพัฒนาบุคลากร วาดฝันรายได้ค้าชายแดนโตสองเท่าตัว หากนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษคืบหน้า เดินหน้า"ไทยแลนด์พลัสวัน"ฮับลงทุนลุ่มน้ำโขง ระบุนโยบายหนุนตั้งสำนักงานภูมิภาค แรงดึงดูดให้ญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนในไทย
- เอกชนคาดส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้า "ครึ่งหลัง" อ่วม เหตุแบรนด์ทีวีต่างชาติแห่ย้ายฐานซบเวียดนาม หวังใช้สิทธิประโยชน์ภาษีเออีซี ส่งกลับมาขายไทยปลอดภาษีกระทบขีดแข่งขัน แก้เกมสร้างแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าไทย เร่งส่งออกหม้อหุงข้าว แอร์ บุกซีแอลเอ็มวี ด้านรถยนต์ยังโตคาดนโยบายเน้นตลาดต่างประเทศ เจาะตลาดใหม่ ดันยอดปีนี้ระบุ 1.2 ล้านคัน
+ "คลัง" แจงครม.วันนี้ แผนเบิกงบจ่าย 14 หน่วยงาน แก้ปัญหาน้ำ 4.7 แสนล้าน เผยเบิกจ่ายแล้ว 70% ช่วยการจ้างงาน ภาคเกษตร ขู่ทำไม่ได้ตามเป้าไม่ขึ้น เงินเดือน "ธกส." เตรียมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำช่วยเกษตรกรประสบภัยแล้ง 6 หมื่นล้าน ด้านเกษตรฯเล็งใช้มาตรการตำบลละล้าน ระบุเน้นช่วยเหลือแบบยั่งยืน
ปัจจัยต่างประเทศ
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,683.58 จุด ลดลง 46.53 จุด หรือ -0.26%
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (6 ก.ค.) หลังจากผลประชามติของกรีซระบุว่า ชาวกรีซตัดสินใจโหวต 'No' เพื่อคัดค้านมาตรการรัดเข็มขัดของเจ้าหนี้ ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ตลาดวิตกกังวลว่า กรีซอาจจะต้องออกจากการเป็นสมาชิกยูโรโซน นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากข้อมูลของมาร์กิตที่ระบุว่าดัชนี PMI ภาคบริการของสหรัฐร่วงลงในเดือน มิ.ย.
+ สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือน ส.ค.ร่วงลง 4.4 ดอลลาร์ ปิดที่ 52.53 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 4 ดอลลาร์เมื่อคืนนี้ (6 ก.ค.) หลังจากผลประชามติของกรีซระบุว่า ชาวกรีซตัดสินใจโหวต 'No' เพื่อคัดค้านเงื่อนไขของเจ้าหนี้ที่กำหนดให้รัฐบาลกรีซรัดเข็มขัดเพื่อแลกกับความช่วยเหลือด้านการเงิน








