เรามองประเด็นกรีซจะทำให้หุ้นไทยขยับลงชั่วคราวและเป็นโอกาสดีในการซื้อหุ้น เลือกหุ้นเป็นรายตัว
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : พักฐานลง
ตลาดไทยวันนี้มีแนวโน้มย่อตัวลง หลังจากที่กรีซมีประชามติไม่รับข้อเสนอมาตรการรัดเข็มขัดจากทางเจ้าหนี้ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่กรีซอาจต้องออกจากยูโรโซน ประกอบกับราคาน้ำมันดิบย่อลงต่ำสุดในรอบเกือบ 3 เดือนเป็นแรงกดดันหุ้นกลุ่มพลังงานต่อ นอกจากนี้อาจเห็นนักวิเคราะห์ปรับลดประมาณการกำไรของกลุ่มแบงก์ปีนี้ต่อในสัปดาห์นี้ จึงเป็นแรงกดดันกลุ่มธนาคารเช่นกัน
แนวรับ/แนวต้าน : 1480/1510 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
กลยุทธ์ : เรามองประเด็นกรีซจะทำให้หุ้นไทยขยับลงชั่วคราวและเป็นโอกาสดีในการซื้อหุ้น เลือกหุ้นเป็นรายตัว เน้น story และพื้นฐานดี ปันผลสูงและควรทยอยขายบ้างเมื่อมีกำไร
นักลงทุนระยะสั้น : CK (30), SPCG (31)
CK (30) ขอฝากหุ้นพื้นฐานดีเอาไว้เล่นสั้นกันอีกตัวเป็น CK ครับ โดยการขายหุ้นของบริษัทไซยบุรีจะเพิ่มกำไรก่อนหักภาษีปีนี้ถึง 1.6 พันล้านบาท ส่วนทางด้านการควบรวม BECL และ BMCL ก็กำลังไปได้ดี โดยบริษัทใหม่ BEM จะเข้าเทรดชช่วงไตรมาส 3 นี้ นอกจากนี้กำไรปกติปีนี้ก็จะโตขึ้นได้ดี โดยมีงาน Backlog ในมืออยู่แล้ว 87,000 ล้านบาท และเร็วๆนี้จะเพิ่มมาอีกไม่ต่ำกว่า 15,000 ล้านบาทด้วย ถือเป็น Top pick ในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ เนื่องจากมีบริษัทลูกที่แข็งแกร่งเยอะ และ valuation ก็น่าสนใจกว่า STEC และ ITD ด้วย
SPCG (31) เหมาะอย่างยิ่งกับการ trade ทำกำไรระยะสั้น (ซื้อ 26 ขาย 27.50) โดยมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งรองรับหุ้นตัวนี้อยู่แล้ว เช่น 1.)เตรียมรับรู้รายได้ได้เต็มปีจากโครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 36 โครงการหรือ 206MW ส่งผลให้รายได้และกำไรปีนี้เติบโตอย่างชัดเจน 2.)ไตรมาส 3 จะมีดีลเข้าซื้อโรงไฟฟ้าในญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตไม่ต่ำกว่า 100MW 3.)ร่วมมือกับ Home Pro เพื่อจัดจำหน่ายอุปกรณ์ solar roof เพื่อเพิ่มรายได้ ประกอบกับ P/E ต่ำเพียง 13 เท่า ต่ำกว่าคู่แข่งอย่าง GUNKUL, DEMCO, และ IFEC ดังนั้นแนะนำ SPCG เป็นตัวเด่นกลุ่มพลังงานทดแทนและเอาไว้เล่นสั้นนะครับ
นักลงทุนระยะยาว : BDMS (25.50), HANA (45)
BDMS (25.50) เคยแนะนำไปแล้วในงาน Money Channel 11 ปี ว่าเป็นหุ้น Defensive ที่น่าเก็บสะสมตอน 19 บาท ตอนนี้ใกล้ 20 บาท ยังคงแนะนำซื้ออยู่ โดยขณะนี้ BDMS มี upside ที่สูงที่สุดในกลุ่มโรงพยาบาล ด้วย Target price ที่เราให้ไว้อยู่ที่ 25.50 ซึ่งให้ upside สูงถึง 28% ปัจจัยบวก มีอยู่หลายประการนะครับ เช่น 1.)BDMS จะสร้างตึกเพิ่มอีก 6 ตึก แต่ละตึกมี 60 เตียง ลงทุน 6 พันล้านบาท และ 2 พันล้านบาท เพื่อซื้ออุปกรณ์การแพทย์ โดยจะสร้างไว้รองรับผู้ป่วยต่างชาติจากการเปิด AEC โดยเราคาดว่าจะช่วยเพิ่ม capacity ได้ถึง 74% ภายในปี 2018 2.)BDMS มีแผนเปิดโรงพยาบาลเพิ่ม คือสมิทติเวช ชลบุรีในปีนี้ และเปาโลรังสิต และจอมเทียน Hospital ในปีหน้า และตั้งใจจะซื้อโรงพยาบาลเพิ่มอีก 7 โรงพยาบาลให้มีครบทั้งหมด 50 แห่ง 3.)อัตราส่วนของผู้ป่วยต่างชาติมีมากขึ้นเรื่อยๆ (30% เทียบกับ 25% เมื่อ 5 ปีก่อน) 4.)มีแผนขยายธุรกิจขายยาและเวชภัณฑ์ที่มี Margin สูงกว่าธุรกิจโรงพยาบาลทั่วไป สรุปคือ BDMS มี upside สูงถึง 28% และมีแผนขยายธุรกิจอย่างชัดเจน จัดเป็นหุ้น defensive ที่ต้านตลาดและเศรษฐกิจขาลงได้ดี ถือยาวได้ถึงสิ้นปีนี้เลย
HANA (45) ด้วยแนวโน้มที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้แถมเศรษฐกิจไทยอ่อนแอ เราขอแนะนำหุ้นที่ได้ประโยชน์อย่างมากจากแนวโน้มค่าเงินบาทอ่อนค่าลง อย่างเช่น HANA เพราะได้รายได้เกือบ 100% เป็นสกุลเงินต่างประเทศ ราคาหุ้นปัจจุบันและ upside น่าสนที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่ม electronics และการทำ sensitivity analysis ของเราพบว่า ทุก 1% ที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง จะทำให้กำไร HANA สูงขึ้นถึง 4.4% เลยครับผม
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ "พาณิชย์"เปิดแผนยุทธศาสตร์ส่งออก มั่นใจกระตุ้นตลาดครึ่งปีหลังฟื้นทัน ดึงคำสั่งซื้อประจำปี ช่วงไตรมาส 3 ดันเป้าส่งออกขยายตัว 1.2% แจง 3 ส่วนยุทธศาสตร์ ให้ผู้บริหารระดับสูงเดินหน้าเปิดตลาดใหม่ เน้น จีน-สหรัฐ จี้คณะกรรมการส่งออกแห่งชาติสางปมอุปสรรคการค้า พร้อมทบทวนระเบียบหนุนการค้าคล่องตัว ภาวะส่งออกของไทยที่ลดลงอย่างหนัก ถึง 4.20% ในช่วง 5 เดือนแรก (ม.ค.-พ.ค.) ส่งผลให้ กระทรวงพาณิชย์ในฐานะผู้รับผิดชอบหลัก ต้องพยายามออกมากระตุ้นการส่งออกในช่วงครึ่งปีหลังอย่างเต็มที่ เพื่อให้พลิกฟื้นกลับมาในช่วงปลายปี
- "เศรษฐกิจโลกชะลอ-ค่าเงิน-ไอยูยู การค้ามนุษย์" กระหน่ำใส่ส่งออกกลุ่มอาหารของไทยลดลงทั้งปริมาณและมูลค่า ขณะที่การส่งออกไก่ช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาเข้าตลาดญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น เหตุสินค้าจีนมีปัญหาคุณภาพ รับบราซิลคู่แข่งสำคัญ
- แบงก์ชาติแจงตัวเลขเศรษฐกิจรายภูมิภาคเดือนพฤษภาคม อุปสงค์โดยรวมยังแผ่ว การลงทุน การบริโภคซบเซาตามรายได้เกษตรกร ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี "ศูนย์วิจัย EIC" ยันจีดีพีไทยโตได้ 3% เชื่อช่วง 4เดือนท้ายปีเบิกจ่ายงบกระเตื้อง ส่วนเงินเฟ้อยังไม่น่าห่วง
ปัจจัยต่างประเทศ
- ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 6,585.78 จุด ลดลง 44.69 จุด หรือ -0.67% ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลงเมื่อวันศุกร์ (3 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับอนาคตของกรีซในยูโรโซน พร้อมกับจับตาดูผลการลงประชามติของกรีซในวันอาทิตย์นี้ เพื่อดูว่าชาวกรีซจะยอมรับเงื่อนไขของเจ้าหนี้หรือไม่
ตลาดหุ้นนิวยอร์ก, ตลาดน้ำมันนิวยอร์ก ปิดทำการวันศุกร์ที่ 3 ก.ค. เนื่องในวันชาติสหรัฐ
+ ดัชนีนิกเกอิปิดบวก 17.29 จุด หรือ 0.08% แตะที่ 20,539.79 จุด ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดบวกในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนคาดว่าผลการลงประชามติของกรีซในวันอาทิตย์นี้อาจจะช่วยฟื้นฟูแนวโน้มเศรษฐกิจของกรีซ และจะช่วยหนุนตลาดหุ้นทั่วโลกดีดตัวขึ้นในวันจันทร์









