วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ออมสิน-ธกส' ออกสลากเพื่อสังคม 2 พันล้าน

รัฐหนุน "เอสอี-วิสาหกิจชุมชน" แก้ปัญหาเหลื่อมล้ำ จับมือ "ออมสิน-ธกส" ออกสลากเพื่อสังคม 2 พันล้านบาท

ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านสังคม และประธานคณะกรรมการสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ (คกส.) เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ออกมาตรการส่งเสริมกิจการเพื่อสังคมผ่านโครงการ “สลากเพื่อสังคม” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ออกสลากจำนวน 2,000 ล้านบาท นำมาเป็นสินเชื่อสำหรับกิจการเพื่อสังคมและวิสาหกิจชุมชน เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมทั้งด้านสุขภาพ การศึกษา ชุมชน ผู้ด้อยโอกาส พลังงาน


นอกจากนี้ คกส. ยังได้ออกมาตรการสร้างระบบรับรองคุณสมบัติกิจการเพื่อสังคม ให้นิติบุคคลสามารถลงทะเบียนและขอใบรับรองได้จากสำนักงานสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติด้วย เพื่อให้กิจการที่ได้รับการรับรองสามารถยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารทั้งสองแห่งได้


นายณัฐพงษ์ จารุวรรณพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ (สกส.) กล่าวว่า กิจการเพื่อสังคม และวิสาหกิจชุมชนเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม แต่กิจการจำนวนมากยังมีปัญหาเรื่องการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เนื่องจากกลไกปกติของธนาคารมักไม่ปล่อยกู้หรือปล่อยในอัตราสูงกับกิจการเพื่อสังคมที่มีต้นทุนค่อนข้างสูง และได้ส่วนต่างกำไรต่ำเมื่อเทียบกับกิจการทั่วไป


ปัจจุบันมีรายชื่อกิจการเพื่อสังคมในระบบฐานข้อมูลทั้งสิ้นจำนวน 480 กิจการ จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่ามี 169 กิจการที่เข้าข่ายจะผ่านเกณฑ์คุณสมบัติที่ได้รับการรับรอง และหากธนาคารพิจารณาแล้วยังไม่ผ่านเงื่อนไขสินเชื่อ ก็มีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมที่จะเป็นผู้สนับสนุนการค้ำประกัน


ทาง สกส. หวังว่า โครงการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อกิจการเพื่อสังคมระยะเริ่มต้นที่มีศักยภาพจำนวน 100 กิจการ ครอบคลุมเครือข่ายชุมชนผู้ได้รับประโยชน์กว่า 10,000 คน อีกทั้งวิสาหกิจชุมชนเพื่อสังคม จำนวน 1,000 กิจการ ครอบคลุมเครือข่ายชุมชนผู้ได้รับประโยชน์กว่า 50,000 ครัวเรือน


“โครงการสลากเพื่อสังคมนี้จะเป็นทางเลือกให้ประชาชนที่ต้องการสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม นอกจากการบริจาคแล้ว มาตรการสลากเพื่อสังคมจะช่วยให้เกิดระบบส่งเสริมกันอย่างยั่งยืน” นายณัฐพงษ์กล่าว

ด้านนายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า การสนับสนุนกิจการเพื่อสังคมเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายออมสินที่เป็นธนาคารของประชาชน ธนาคารยินดีร่วมมือในนโยบายนี้ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน

โดยทางธนาคารมีโปรแกรมสินเชื่อหลากหลายกลุ่ม อาทิ สินเชื่อสำหรับกลุ่มองค์กรชุมชนหรือองค์กรพัฒนาเอกชน หรือกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่เป็นสมาชิกสินเชื่อเพื่อพัฒนาชนบท (สพช.) กลุ่มผู้ประกอบการ SMEs สินเชื่อทุกประเภทข้างต้น คิดอัตราดอกเบี้ยเท่ากันคือร้อยละ 5-7 ต่อปี สำหรับลูกค้าที่มีประวัติการผ่อนชำระที่ดี ตรงเวลา ครบ 1 ปี ธนาคารจะคืนดอกเบี้ยให้ร้อยละ 1 ของปีถัดไป

นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร กล่าว่า ธนาคารในฐานะรัฐวิสาหกิจดำเนินนโยบายยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการเพื่อสังคม และหวังว่านโยบายนี้จะช่วยพัฒนากิจการที่ต้องการแก้ปัญหาสังคมได้ โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายของธนาคาร คือกิจการผลิตหรือแปรรูปผลิตภัณฑ์อินทรีย์ กิจการพลังงานทดแทน พลังงานสะอาด ท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรม ระบบบริการสาธารณะท้องถิ่น

อัตราดอกเบี้ยสำหรับกิจการเพื่อสังคมที่ได้รับการรับรอง เทียบเท่าเงินกู้ MLR 5% บวกส่วนต่างไม่เกิน 2% ต่อปี ทั้งเงินกู้หมุนเวียนและเงินกู้ลงทุน ในกรณีผู้กู้สามารถคืนได้ตามกำหนด ธนาคารจะคืนดอกเบี้ยเงินกู้ให้ผู้กู้ร้อยละ 1 ต่อปี ดำเนินการทุกสาขาทั่วประเทศ

ด้านนายวัลลภ เตชะไพบูลย์ กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า บสย. เป็นหน่วยงานของรัฐที่ยินดีสนับสนุนผู้ประกอบการให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน เพิ่มความมั่นใจให้สถาบันการเงิน สำหรับโครงการนี้ เป็นการขยายความช่วยเหลือไปยังผู้ประกอบการกลุ่มใหม่ล่าสุดของ บสย. คือกลุ่มผู้ประกอบการกิจการเพื่อสังคม ซึ่งขณะนี้กำลังได้รับความสนใจจากสถาบันการเงินหลายแห่ง โครงการนี้เป็นการจุดประกายการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อต่อยอดขยายธุรกิจ ยกระดับองค์กร โดยมี บสย. เป็นผู้ค้ำประกันสินเชื่อให้ธุรกิจเพื่อสังคมได้รับเงินเพียงพอต่อความต้องการ

สำหรับสลากดังกล่าวมีกำหนดระยะเวลาออกสลาก 20 วัน จำหน่ายระหว่างวันที่ 12-31 สิงหาคม 2558 เพื่อระดมทุนสร้างระบบสินเชื่อพิเศษให้กับกิจการเพื่อสังคม ในวงเงินสูงสุดธนาคารละ 1,000 ล้านบาท หรือรวม 2,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ รัฐบาลกำลังอยู่ในระหว่างการผลักดันพระราชบัญญัติเพื่อส่งเสริมกิจการเพื่อสังคมที่กำลังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของ ครม. โดยจะเพิ่มเติมมาตรการสำคัญให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น เช่น ระบบการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อสังคมของภาครัฐและเอกชน การจัดตั้งกองทุนเพื่อกิจการเพื่อสังคม ระบบภาษีเพื่อสร้างแรงจูงใจ อันจะช่วยส่งเสริมกิจการเพื่อสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น