ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หลังนักลงทุนเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไร และความกังวลต่อวิกฤติหนี้สินของกรีซ
+/- ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ เนื่องจากมีแรงซื้อเพื่อทำกำไรจากการที่ตลาดคาดการณ์ว่าความต้องการใช้น้ำมันดิบของสหรัฐ มีแนวโน้มจะปรับเพิ่มขึ้นเนื่องจากฤดูกาลท่องเที่ยวของสหรัฐ อย่างไรก็ดี ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบค่อนข้างผันผวนในช่วงนี้มาจากความกังวลของนักลงทุนต่อวิกฤติหนี้สินของกรีซ ว่าอาจส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจของยูโรโซน และส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันลดลงได้ โดยล่าสุดกรีซไม่สามารถชำระหนี้ต่อกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) จำนวน 1.6 พันล้านยูโร ตามกำหนดเส้นตายเมื่อวานนี้ (30 มิ.ย.) ได้ ทั้งนี้กรีซจะจัดทำประชามติในวันที่ 5 ก.ค. นี้ เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจว่าจะยอมรับเงื่อนไขในข้อตกลงให้ความช่วยเหลือทางการเงินจากทางเจ้าหนี้หรือไม่
- ตัวเลขการนำเข้าน้ำมันดิบจากประเทศอิหร่านมายังภูมิภาคเอเชียปรับตัวสูงขึ้นในเดือน พ.ค. มาอยู่ที่ระดับ 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนเดือน ธ.ค. 57 ที่ผ่านมา โดยตัวเลขการนำเข้าน้ำมันดิบจากอิหร่านเฉลี่ยตั้งแต่เดือน ม.ค. ถึง พ.ค. อยู่ที่ระดับประมาณ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน แม้ว่าขณะนี้ข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างอิหร่านและชาติมหาอำนาจทั้งหกยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ทันกำหนดในวันที่ 30 มิ.ย ก็ตาม อย่างไรก็ดี กำหนดเส้นตายได้เลื่อนออกไปเป็นวันที่ 7 ก.ค. โดยตลาดคาดการณ์ว่าหากชาติตะวันตกยกเลิกการคว่ำบาตรอิหร่าน จะส่งผลให้อิหร่านส่งออกน้ำมันดิบได้มากขึ้น โดยคาดว่าอิหร่านมีน้ำมันดิบที่พร้อมส่งออกอยู่ราว 40 ล้านบาร์เรล และมีแนวโน้มจะผลิตเพิ่มประมาณ 500,000 บาร์เรลต่อวันภายใน 1 เดือนหลังยกเลิกการคว่ำบาตร และเพิ่มขึ้นประมาณ 1 ล้านบาร์เรลภายใน 6-7 เดือน
- สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานของสหรัฐ (API) รายงานปริมาณนํ้ามันดิบคงคลังปรับเพิ่มขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเพิ่มขึ้น 1.875 ล้านบาร์เรล มา อยู่ที่ระดับ 468.861 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับลดลงที่ 2.0 ล้านบาร์เรล เนื่องจากกําลังการผลิตของโรงกลั่นสหรัฐเพิ่มขึ้น 77,000 บาร์เรลต่อวัน และการนําเข้านํ้ามันดิบของสหรัฐที่ปรับเพิ่มขึ้นราว 455,000 บาร์เรลต่อวัน มาสู่ระดับ 7.215 ล้านบาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ ปริมาณนํ้ามันเบนซินคงคลังคงคลังก็ปรับเพิ่มขึ้นเช่นกันที่ 263,000 บาร์เรล และนํ้ามันดีเซลคงคลัง ก็ปรับเพิ่มขึ้นที่ 334,000 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
+/- ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 101.4 ในเดือนมิ.ย. หลังแตะระดับ 94.6 ในเดือนพ.ค ขณะที่ ดัชนีราคาผู้บริโภคของยูโรโซนในเดือน มิ.ย. ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 0.2% จากระดับ 0.0% ในเดือน พ.ค.
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากอุปสงค์น้ำมันเบนซินในภูมิภาคยังคงแข็งแกร่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากอินโดนีเซียและอินเดีย ประกอบกับตลาดน้ำมันเบนซินโลกที่ค่อนตรึงตัวจากฤดูกาลขับขี่ของสหรัฐ นอกจากนี้ อุปทานมีแนวโน้มที่จะตึงตัวมากขึ้นหลังโรงกลั่นทั้งทางฝั่งเอเซียตอนเหนือและสหรัฐ อาจจะปิดการดำเนินงานชั่วคราวเนื่องจากเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลของการเกิดพายุโซนร้อน
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ อย่างไรก็ดี ตลาดน้ำมันดีเซลในภูมิภาคเอเชียยังคงซบเซาและได้รับแรงกดดันหลักจากอุปทานส่วนเกินจากการที่โรงกลั่นในภูมิภาคส่วนใหญ่กลับมาจากการปิดซ่อมบำรุงประจำปี รวมถึงค่าขนส่งที่สูงขึ้นส่งผลให้ไม่สามารถส่งออกน้ำมันดีเซลไปยังประเทศทางตะวันตกได้
ทิศทางราคาน้ำมันดิบ
ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 57-62 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 60-65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- การเจรจาระหว่างอิหร่านกับชาติมหาอำนาจ (P5+1) หลังมีการเลื่อนกำหนดเส้นตายจากวันที่ 30 มิ.ย.เป็น 7 ก.ค. 58 นี้ ว่าจะออกมาในทิศทางใด ซึ่งหากชาติมหาอำนาจยอมผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของอิหร่าน อาจทำให้อิหร่านสามารถเพิ่มการส่งออกน้ำมันดิบได้มากขึ้น โดยปัจจุบันอิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันดิบได้เพียง 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากที่เคยส่งออกที่ระดับ 2.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในปี 2555
- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ยังคงมีแนวโน้มปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากโรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐ เพิ่มกำลังการผลิตขึ้นเพื่อตอบสนองต่ออุปสงค์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นระหว่างฤดูกาลขับขี่ของสหรัฐ ในช่วงฤดูร้อน (มิ.ย. - ส.ค.)
- จับตาการลงประชามติของกรีซ หลังล่าสุดกรีซไม่สามารถจ่ายชำระหนี้ให้แก่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ราว 1.6 พันล้านยูโรได้ทันกำหนดเส้นตายในวันที่ 30 มิ.ย. อย่างไรก็ดี กรีซจะจัดทำประชามติในวันที่ 5 ก.ค. นี้ เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจว่าจะยอมรับเงื่อนไขในข้อตกลงให้ความช่วยเหลือทางการเงินจากทางเจ้าหนี้หรือไม่
-----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999






