ทอท.ปรับแผนแม่บทพัฒนาสนามบิน ทุ่มงบลงทุน 1.4 แสนล้านบาท ภายใน 5 ปี พร้อมขยายสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง รองรับ 120 ล้านคน
นายนิตินัย ศิริสมรรถการ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยหลังจัดงานฉลองครบรอบทอท.36 ปี ว่า ทอท.กำลังเร่งปรับปรุงแผนแม่บทพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมืองใหม่ เพื่อให้มีการลงทุนสอดคล้องกับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินในปัจจุบัน โดยสาระสำคัญจะมีการใช้งบลงทุน 1.3-1.4 แสนล้านบาท ภายใน 5 ปี สำหรับลงทุนขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ให้เสร็จภายในปี 62-64 เพื่อรองรับผู้โดยสารเพิ่มจาก 63.5 ล้านคน เป็น 120 ล้านคน รวมถึงใช้ขยายท่าอากาศยานอีก 4 แห่งในภูมิภาค
“ก่อนหน้านี้แผนแม่บทพัฒนาของทอท.จะแผนต้องพัฒนาสุวรรณภูมิระยะ 2-4 แต่ที่ผ่านมาปรากฏว่า การพัฒนาสุวรรณภูมิระยะสองล่าช้า ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายมาเปิดใช้ 2 สนามบินร่วมกับสนามบินดอนเมือง จึงต้องมีการปรับแผนการพัฒนาและลงทุนใหม่ โดยไม่มีการลงทุนสุวรรณภูมิระยะ 3 และ 4 แล้ว เพราะจะนำมารวบไว้กับการลงทุนสุวรรณภูมิและดอนเมืองพร้อมๆกันเลย ซึ่งคาดว่าแผนจะปรับปรุงเสร็จปี 59 และหากทำได้ตามแผนจะรองรับผู้โดยสารได้ถึงปี 74”
นายนิตินัย กล่าวว่า รายละเอียดการลงทุนของ ทอท.ช่วงต่อจากนี้ ประกอบด้วย โครงการพัฒนาสุวรรณภูมิระยะ 2 ซึ่งขณะนี้ผ่านการเห็นชอบจาก ครม.แล้ว โดยจะมีการลงทุน 5.2-5.5 หมื่นล้าน ซึ่งลดจากกรอบลงทุนเดิม 6.2 หมื่นล้านบาท เพื่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 อาคารผู้โดยสาร และงานระบบสาธารณูปโภค โดยเริ่มก่อสร้างเดือนมี.ค.59 เสร็จทั้งโครงการปี 62 รองรับผู้โดยสารได้เพิ่มจาก 45 ล้านคน เป็น 60 ล้านคนต่อปี ส่วนโครงการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 3 จะเงินลงทุนพร้อมชดเชยผลกระทบด้านเสียงกว่า 2 หมื่นล้านบาท โดยอยู่ระหว่างศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ (อีเอชไอเอ) นอกจากนี้ หลังจัดทำแผนแม่บทเสร็จในปี 59 ทอท.จะมีการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 อีก 2.7 หมื่นล้าน เพื่อรองรับเพิ่มอีก 20 ล้านคน รวมเป็น 80 ล้านคน
ส่วนการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ขณะนี้ได้ปรับปรุงอาคารเทียบเครื่องบิน หมายเลข 5 และปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร อาคาร 2 โดยอาคาร 2 จะเสร็จเดือนส.ค. และเปิดใช้ทางการเดือน ก.ย.58 โดยมีพื้นที่ 106,586.5 ตารางเมตร และหลังจากเปิดใช้อาคาร 2 เสร็จ ทอท.มีแผนจะปรับปรุงอาคาร 1 รวมถึงสร้างอาคารทางเชื่อมรถไฟฟ้าสายสีแดง ซึ่งรองรับผู้โดยสารได้ 40 ล้านคนต่อปี เพิ่มจากขณะนี้ที่ 18.5 ล้านคน






