“ราคาน้ำมันดิบผันผวน จับตาผลการเจรจาโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และการแก้ไขปัญหาวิกฤติหนี้กรีซ”
ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 58 - 63 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 61 - 66 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (29 มิ.ย. – 3 ก.ค. 58)
ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้คาดว่ายังคงผันผวน โดยตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากความกังวลต่ออุปทานน้ำมันดิบจากอิหร่านที่อาจเข้ามาสู่ตลาดโลกมากขึ้น หากอิหร่านกับชาติมหาอำนาจ (P5+1) สามารถบรรลุข้อตกลงฉบับสมบูรณ์เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ ก่อนถึงเส้นตายวันที่ 30 มิ.ย. 58 นี้ได้ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันในระยะสั้น จากความกังวลเรื่องวิกฤติหนี้กรีซ ที่มีแนวโน้มว่ากรีซอาจไม่สามารถชำระหนี้แก่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ก่อนครบกำหนดการชำระหนี้วันที่ 30 มิ.ย.นี้ เนื่องจากรัฐบาลกรีซยังไม่สามารถปลดล็อคเงินช่วยเหลือราว 7.2 พันล้านยูโร จากบรรดาเจ้าหนี้เพื่อนำมาชำระหนี้งวดล่าสุดได้ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบได้รับแรงหนุนหลักจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงไตรมาส 3 จากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นในฤดูกาลขับขี่ของสหรัฐช่วงฤดูร้อน และอัตราการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ ที่ชะลอตัวลง
ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้ :
- ติดตามการเจรจาระหว่างอิหร่านกับชาติมหาอำนาจ (P5+1) เพื่อบรรลุข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ก่อนถึงเส้นตายวันที่ 30 มิ.ย. 58 นี้ โดยชาติมหาอำนาจทั้ง 6 คาดหวังที่จะบรรลุข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ โดยมีเงื่อนไขว่าอิหร่านต้องยอมลดศักยภาพด้านนิวเคลียร์ลงจนถึงจุดที่ไม่สามารถใช้โครงการนิวเคลียร์ในการพัฒนาอาวุธทำลายล้างสูง เพื่อแลกกับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของอิหร่าน โดยท้ายที่สุดแล้ว หากการเจรจาลุล่วงจะทำให้อิหร่านสามารถเพิ่มการส่งออกน้ำมันดิบมาในตลาดโลกได้มากขึ้น ทั้งนี้ การคว่ำบาตรส่งผลให้อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันดิบได้เพียง 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากที่เคยส่งออกน้ำมันดิบที่ 2.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในปี 2555 อย่างไรก็ตาม ล่าสุด สมาชิกสภานิติบัญญัติอิหร่านได้ผ่านร่างกฎหมาย ซึ่งเรียกร้องให้ทางรัฐบาลออกมาปกป้องสิทธิทางนิวเคลียร์ของอิหร่าน ในการเจรจากับประเทศมหาอำนาจ และไม่อนุมัติให้สหประชาชาติเข้ามาสำรวจสถานที่ทางการทหารและกิจกรรมการวิจัยของอิหร่าน ซึ่งเพิ่มความเป็นไปได้ที่ทั้งสองฝ่ายอาจไม่สามารถบรรลุข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ก่อนเส้นตายที่กำหนดไว้
- จับตาการแก้ไขปัญหาวิกฤติหนี้กรีซ หลังจากรัฐบาลกรีซยังไม่สามารถหาเงินมาชำระหนี้งวดล่าสุดให้แก่ IMF ราว 1.6 พันล้านยูโร ก่อนเส้นตายวันที่ 30 มิ.ย. นี้ได้ โดยล่าสุดกรีซและกลุ่มเจ้าหนี้ยังคงไม่สามารถตกลงกันได้สำหรับแผนปฎิรูปของกรีซเพื่อแลกกับเงินช่วยเหลือ 7.2 พันล้านยูโร โดยประเด็นสำคัญที่ยังคงไม่เห็นพ้องกันคือ การลดเงินบำเหน็จบำนาญ ที่กลุ่มเจ้าหนี้ต้องการให้ลดลง 1% จากปัจจุบันที่อยู่ที่ประมาณ 16% ของ GDP รวมถึงการปฏิรูปโครงสร้างภาษี ส่งผลให้มีความเสี่ยงที่สูงมากขึ้นที่กรีซจะผิดนัดชาระหนี้กว่า 1.6 พันล้านยูโรในสิ้นเดือนนี้ ทั้งนี้ สถานการณ์ปัญหาหนี้สินของกรีซที่ยังไม่คลี่คลายส่งผลให้ค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินยูโร ซึ่งยังกดดันราคาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง
- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ยังคงมีแนวโน้มปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากโรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐ เพิ่มกำลังการผลิตขึ้นเพื่อตอบสนองต่ออุปสงค์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นระหว่างฤดูกาลขับขี่ของสหรัฐ ในช่วงฤดูร้อน (มิ.ย. – ส.ค.) โดยล่าสุดสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ (สิ้นสุด ณ วันที่ 19 มิ.ย.) ปรับลดลงราว 4.9 ล้านบาร์เรลจากสัปดาห์ก่อนหน้า สู่ระดับ 463.0 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการปรับลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 8 ติดต่อกัน และปรับลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.1 ล้านบาร์เรล ในขณะที่ ปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง ณ จุดส่งมอบคุชชิ่ง โอกลาโฮมา ปรับลดลง 1.9 ล้านบาร์เรล
- ราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัวเหนือระดับ 60-65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อาจเพิ่มความจูงใจให้ผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ กลับมาเพิ่มอัตราการผลิตน้ำมันดิบอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ บริษัทขุดเจาะและผลิตน้ำมันดิบหลายแห่งได้ชะลอการขุดเจาะและผลิตน้ำมันดิบลงจากภาวะราคาน้ำมันดิบตกต่ำ ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐ (สิ้นสุดวันที่ 19 มิ.ย.) จะปรับลดลง 4 แท่น สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี ที่ 631 แท่น แต่แท่นขุดเจาะในบริเวณแหล่ง Permian และ Bakken ซึ่งเป็นแหล่งผลิตใหญ่ของ Shale Oil ปรับเพิ่มขึ้นแหล่งละ 1 แท่น หลังราคาน้ำมันดิบเริ่มฟื้นตัวในช่วงเดือน พ.ค.
- ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิต (ISM PMI) รายได้นอกภาคการเกษตร และอัตราการว่างงานสหรัฐ ดัชนีราคาผู้บริโภค-ผู้ผลิตยูโรโซน และดัชนีภาคการผลิต (NBS PMI) จีน
สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (22 – 26 มิ.ย. 58)
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลง 0.98 ดอลลาร์สหรัฐ ปิดที่ 58.63 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 0.24 ดอลลาร์สหรัฐ ปิดที่ 63.26 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 62 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยราคาน้ำมันดิบได้รับแรงหนุนจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐที่ปรับลดลงต่อเนื่อง เนื่องจากอุปสงค์ที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวในสหรัฐ ทำให้โรงกลั่นเพิ่มกำลังการผลิต และส่งผลให้อุปสงค์นํ้ามันดิบปรับเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันยังคงได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับปัญหาหนี้สินของกรีซที่ยังคงไม่สามารถเจรจาตกลงกันได้ โดยกลุ่มเจ้าหนี้ยังคงไม่เห็นด้วยกับแผนปฎิรูปเศรษฐกิจของกรีซ ในประเด็นเรื่องค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเงินบำเหน็จบำนาญ และการจัดเก็บภาษีของรัฐบาลกรีซ ส่งผลให้ตลาดเกิดความกังวลว่ากรีซจะมีความเสี่ยงที่จะไม่สามารถชำระหนี้กับ IMF มูลค่าราว 1.6 พันล้านยูโร ภายในกำหนดวันที่ 30 มิ.ย. ได้
-----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999






