บอร์ดการบินไทย ไฟเขียวขายเครื่องบินเก่าที่ปลดระวางเพิ่ม 8 ลำ พร้อมเปิดแผนเออรี รีไทร์ หวังลดรายจ่ายตามแผนฟื้นฟู 8-9 พันล้านบาท
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการการบินไทย เห็นชอบให้ขายเครื่องบินเก่า ที่ปลดระวางเพิ่มเติมอีก 8 ลำ หลังจากก่อนหน้านี้ได้ขายไปแล้ว 10 ลำ รวมขายไปแล้วทั้งสิ้น 18 ลำ เพื่อลดรายจ่าย ตามแผนฟื้นฟูกิจการของการบินไทยที่กำหนดไว้ โดยเครื่องบินที่ขายรอบนี้เป็นขายให้แก่ผู้ซื้อ 2 ราย แบ่งเป็นเครื่องบินรุ่นโบอิ้ง 737 จำนวน 4 ลำ และแอร์บัส เอ330 อีก 4 ลำ คาดว่ารับรู้รายได้จากการขายดังกล่าวในช่วงไตรมาส 3 แต่จะมีผลต่อรายรับไม่มากนัก เพราะเป็นเครื่องบินเก่าที่มีอายุเกิน 20 ปี จึงไม่ได้รตั้งสำรองด้อยค่าไว้สูง
สำหรับแผนการขายเครื่องบินเก่าของการบินไทยทั้งหมดในปี 58 นี้ บริษัทตั้งเป้าหมายไว้ทั้งสิ้น 42 ลำ เพื่อลดขนาดฝูงบินให้เหลือ 89 ลำ แต่จากการประเมินล่าสุด คาดว่าทั้งปีนี้ จะขายได้เพียง 30 ลำ น้อยกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 12 ลำ เนื่องจากในจำนวนนี้ มีเครื่องบินรุ่นที่ขายยาก อย่างแอร์บัส เอ340-500 อยู่ 4 ลำ และอีก 8 ลำเป็นรุ่นโบอิ้ง 747 ซึ่งจะปลดระวางช่วงปลายเดือนต.ค.58 จึงจะขายเสร็จไม่ทันสิ้นปี ดังนั้นครึ่งปีหลังจากนี้ จึงคาดว่าจะขายเครื่องบินเก่าได้เพิ่มอีก 12 ลำเท่านั้น
นอกจากนี้ที่ประชุม ยังเห็นชอบให้เกษียณพนักงานก่อนกำหนด (เออรี รีไทร์) ตามโครงการร่วมใจจาก เพื่อเป็นลดค่าใช้จ่ายอีกทางหนึ่งด้วย แต่มีจำนวนเท่าใดนั้น ยังบอกไม่ได้ อยู่ระหว่างการแจ้งรายละเอียดกับพนักงานภายในก่อน แต่ทั้งปี 58 ได้ตั้งงบประมาณรองรับการเออรีรีไทร์ปีนี้ไว้ 5,500 ล้านบาท ขณะที่แผนการปรับลดเที่ยวบิน ที่ตารางบินเดือนต.ค.58-มี.ค.59 ยังไม่ได้เสนอเข้าที่ประชุม แต่การบินไทยมีแผนจะลดเที่ยวบินหรือเส้นทาง ที่ขาดทุนหรือมีผู้โดยสารน้อยลงอีก 5%
“แผนการลดรายจ่ายของการบินไทยในปีนี้ ตั้งเป้าหมายว่าจะลดรายจ่ายทั้งปีให้ได้ 8,000-9,000 ล้านบาท แต่จะทำได้ตามเป้าหมายหรือไม่ ก็เป็นสิ่งที่พวกเรากำลังพยายามทำให้สำเร็จ” นายจรัมพร กล่าว









