"พล.อ.อ.ประจิน" เผย "ประธานไอซีเอโอ" ยืนยันไม่ประกาศมาตรการเพิ่มหลังถึงเส้นตาย เล็งใช้มาตรา 44 ปรับโครงสร้างกรมการบินพลเรือน
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมนำคณะทำงานไทยเดินทางไปพบประธานองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) เมืองมอลทรีออล ประเทศแคนาดา เพื่อชี้แจงความคืบหน้าการทำงานในการแก้ไขปัญหามาตรฐานการบินของไทย ล่าสุดนายอาคมรายงานว่ามีข้อสรุปผลการหารือทั้งหมด 12 ข้อ โดยที่สำคัญ คือ ประธานไอซีเอโอมีความพึงพอใจที่คณะทำงานไทยให้ความสำคัญในการแก้ปัญหา และเข้ามาชี้แจงความคืบหน้าต่อไอซีเอโอ จึงจะไม่ประกาศข้อบกพร่องอย่างมีนัยยะสำคัญต่อการบิน หรือเอสเอสซี หรือมาตรการใด ๆ เพิ่มทางสื่อสาธารณะตามเส้นตายวันที่ 18 มิถุนายนนี้ โดยจะให้โอกาสไทยแก้ไขปัญหาถึงเดือนพฤศจิกายน 2558
นอกจากนี้ ประธานไอซีเอโอ ยังยินดีที่จะชี้แจงและอธิบายความก้าวหน้าของการแก้ปัญหาแทนประเทศไทย กรณีที่มีองค์กรอื่นมาตรวจสอบ หรือมาสอบถามข้อมูลจากไอซีเอโอ ซึ่งประเทศไทยไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ รวมถึงยินดีที่จะทำงานร่วมกับไทย เพื่อปลดล็อคเอสเอสซี และช่วยแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และเห็นภาพว่าจะสามารถนำกรณีไทยเป็นตัวอย่างในการแก้ปัญหาของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรียังมอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ไปศึกษาข้อกฎหมายในการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวปรับโครงสร้างกรมการบินพลเรือนใหม่ตามมาตรฐานไอซีเอโอ คาดว่าจะใช้เวลา 1 สัปดาห์ เบื้องต้นจะแบ่งเป็น 4 หน่วยงาน 1.กรมการท่าอากาศยาน ภายใต้กระทรวงคมนาคม มีหน้าที่บริการท่าอากาศยาน 28 แห่ง 2.สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) มีหน้าที่เป็นผู้ให้การตรวจสอบและให้ใบอนุญาตสายการบิน เริ่มทำงานวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ส่วนหน่วยงานที่ 3 และ 4 คือ สำนักงานคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์ของเรือและอากาศยานที่ประสบภัย และสำนักงานคณะกรรมการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยหรือผู้รอดชีวิต จะขึ้นอยู่กับสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี









