วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผันผวนในกรอบ 1475-1536 จุด

เลือกเก็งกำไรรายตัว เพื่อขายแนวต้าน 1520/1536 จุด

Market Outlook

คาดดัชนีฯ สัปดาห์นี้ เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1475-1536 จุด จับตาผลการประชุมเฟดกลางสัปดาห์ แนะนำ เลือกเก็งกำไรรายตัว จุดขายทำกำไร 1520/1536 จุด

คาดดัชนีฯ สัปดาห์นี้ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1475-1536 จุด อิงความเสี่ยงของการทำสัญญา Short SET50 Index ในตลาดตราสารอนุพันธ์ ช่วง 2QTD ไม่ได้ถ่วงตลาดรุนแรงเหมือนช่วง1Q58 ที่ผ่านมา และผลประชุมเฟด กลางสัปดาห์นี้ คาดว่าจะไม่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย (การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยฯครั้งแรกคาดเกิดขึ้นในเดือน ก.ย.) อิง Bloomberg Survey 5-10 มิ.ย. พบว่า 78% คาดว่าเกิดขึ้นในเดือนก.ย. และอิง interest-rate future market คาดมีโอกาส 53%) ส่วนสัญญาณการปรับขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต คาดว่าจะยังคงเป็น data dependent และมีโอกาสเกิดขึ้นในช่วงปลายปีนี้ (เหมือนกับที่ประธานเฟด Yellen เคยส่งสัญญาณไป่แล้วล่วงหน้าว่า เฟดมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ตั้งแต่ 2Q58F เติบโตสู่ภาวะปกติ (เราเริ่มเห็นตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้นใน 2Q58F อาทิ การจ้างงาน พ.ค. ออกมาดีกว่าคาด 2.8 แสนราย)

กลยุทธ์ แนะนำ Selective Buy เพื่อขายแนวต้าน 1520/1536 จุด (นักลงทุนระยะกลางรอซื้อเมื่ออ่อนตัวบริเวณแนวรับ 1460 จุด) เน้นหุ้น 1) หลักทรัพย์ที่ดิ่งลงแรง 2Q QTD (ลุ้นกระแส Window Dressing หนุนราคาฟื้นตัว) PSL VGI SPALI TMB LOXLEY HMPRO BANPU PS QH 2) หุ้นที่คาดว่าจะได้เพิ่มคำนวณในดัชนี SET 50 Index (คาดประกาศต้นสัปดาห์นี้) BA BLA ITD SAWAD SUPER TPIPL WHA 3)หุ้นที่มี Upward Revision w-w ได้แก่ ASK SVI SINGER KCE PTT


ปัจจัยต่างประเทศ

การเจรจาหนี้กรีซวันอาทิตย์ที่ผ่านมายังล้มเหลว หลังการเจรจาระหว่างกรีซและกลุ่มเจ้าหนี้มีขึ้นเพียง 45 นาทีเท่านั้น ขณะที่ประชาชนกรีซเองเริ่มไม่พอใจการทำงานของนายกฯ กรีซ ในการเจรจาปัญหาเรื่องหนี้ และจากผลสำรวจประชาชน 1000 คนในสัปดาห์ที่แล้วพบว่ามีถึง 77% ที่ไม่พอใจ และอยากให้กรีซบรรลุข้อตกลง โดยเร็ว ทั้งนี้ เยอรมนีเริ่มกดดันกรีซหลักขึ้น โดยวันจันทร์นี้จะมีการเผยแพร่บทความในหนังสือพิมพ์ ซึ่งเขียนโดยรัฐมนตรีเศรษฐกิจ โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับความเป็นไปได้มากขึ้นที่กรีซจะออกจากยูโรโซน


ปัจจัยในประเทศ

จับตากองทุนซื้อหุ้นช่วง Window dressing จากสถิติย้อนหลัง 10 ปี (48-57) พบว่าดัชนี SET ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยเป็นบวก +1.4% และ 0.9% ในช่วง 1 และ 2 สัปดาห์สุดท้ายของไตรมาสที่ 2 โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยดีสุดในช่วง 1 สัปดาห์สุดท้าย ได้แก่ กลุ่มธนาคาร (+2.2%) กลุ่มสื่อสาร (+2.0%) และกลุ่มการแพทย์ (+1.9%) ส่วนหุ้นที่มีผลตอบแทนเฉลี่ยดีสุดในช่วงเดียวกัน ได้แก่ NEW E BKD AUCT YCI (คาดส่งผลบวกรายตัว) (ดูตารางประกอบในเล่ม)


ลุ้นหุ้นติดโผ SET50/SET100 คาดตลท. ประกาศรายชื่อหุ้นเข้าคำนวณ SET50/SET100 รอบ 2H58 ในช่วงต้นสัปดาห์นี้ โดยหุ้นที่คาดว่าจะได้รับการเข้าคำนวณ SET50 ได้แก่ BA BLA ITD SAWAD SUPER TPIPL WHA ซึ่งคาดมีแรงเก็งกำไรในหุ้นดังกล่าว (ดูรายชื่อหุ้นเข้า/ออก เพิ่มเติมในเล่ม)

สัญญาณทางเทคนิค รูปแบบระยะกลางของดัชนีฯ ยังคงเป็นรูปแบบขาลง Descending triangle โดยมีสัญญาณลงไปที่ 1459/1400 จุด หากไม่ผ่านแนวต้าน 1520/1536 จุด และหลุดแนวรับหลัก 1475 จุด ส่วนระยะสั้น มีโอกาสที่รูปแบบดัชนีฯอาจเปลี่ยนเป็น Double Bottom ได้ หากผ่านแนวต้านหลัก 1536 จุด แต่เรายังคงให้โอกาสกว่า 60% ที่ดัชนีฯจะกลับลดลงมาทดสอบแนวรับหลักอีกครั้ง ใน 1-2 สัปดาห์หน้า