วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

STANLY - ซื้อ

เน้นผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่า

ประเด็นการลงทุน :

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้เข้าร่วมการประชุมนักวิเคราะห์ของ บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ STANLY โดยมีคุณอภิชาติ ลี้อิสสระนุกูล กรรมการบริหารระดับสูง ได้กล่าวถึงแผนกลยุทธ์การผลิตของบริษัทในขณะนี้ ที่มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลเพื่อกระตุ้นอัตรากำไรขั้นต้น และกำไรในปีนี้ หลังจากที่บริษัทคาดว่ายอดขายปี 2559 จะสูงขึ้นเพียงเล็กน้อยหรือทรงตัวจากปีที่แล้ว 

ทั้งนี้มุมมองของผู้บริหารเป็นไปในทิศทางเดียวกับประมาณการของเรา โดยเราคาดว่ายอดขายปี 2559 จะสูงขึ้นเพียง 4% เท่านั้น พร้อมอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นเป็น 19% (จากปีที่แล้วที่ 18%) ดังนั้น เรายังคงประมาณการกำไรของ STANLY ไว้ที่ 1.36 พันล้านบาท (สูงขึ้น 18% YoY) สำหรับปี 2559 (เม.ย. 2558-มี.ค. 2559) และ 1.45 พันล้านบาท (สูงขึ้น 7%) สำหรับปี 2560 (เม.ย. 2559 – มี.ค. 2560) เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ

มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่าเพื่อเพิ่มกำไร : ผู้บริหารยังคงมีมุมมองเชิงลบต่อกลุ่มยานยนต์ในอีก 6 เดือนข้างหน้า จากกำลังซื้อที่ฟื้นตัวช้าทำให้ยอดขายในประเทศลดลงและการส่งออกไปยังตลาดตะวันออกกลางและยุโรปซบเซา

ดังนั้น บริษัทจึงทำการเปลี่ยนการผลิตในปี 2559 จากโคมไฟรถยนต์เป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม (อาทิเช่นเน้นหลอด LED, หลอดไฟซีนอล แทนหลอดไฟฟ้าแบบมีไส้) เราเชื่อว่าการเปลี่ยนการผลิตภัณฑ์นี้จะหนุนกำไรปี 2559 ให้สูงขึ้น 18% แม้ว่ายอดขายจะโตเล็กน้อย 4% เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นปี 2559 จะสูงขึ้นเป็น 19% จาก 18% ในปีที่ผ่านมา
พร้อมกันนี้ให้สังเกตว่าในช่วงเดือนมี.ค. 2558 STANLY ได้รับคำสั่งซื้อใหม่จากผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ อาทิเช่น โตโยต้า สำหรับรุ่น ไฮลักซ์ รีโว (รถกระบะ), นิสสันคาดว่าจะเป็นรุ่น Navara (รถปิคอัพ), ฮอนด้า สำหรับรุ่น ซีอาร์วี และ แอคคอร์ดใหม่ และมิตซูบิชิ สำหรับรุ่นนิวไทรทันและแอททราจ

โดยผู้บริหารกล่าวว่า ยอดสั่งซื้อดังกล่าวจะหนุนยอดขายปี 2559 (เม.ย. 2558-มี.ค. 2559)ให้ใกล้เคียงหรือสูงกว่าปีก่อนเล็กน้อย ทั้งนี้สังเกตว่าเรายังคงประมาณการยอดขายปี 2559 ของ STANLY ไว้ที่ 9.9 พันล้านบาท สูงขึ้น 4% YoY

อัตรากำลังการผลิตปี 2559 สูงกว่า 70% : โรงงานของ STANLY มีอัตรากำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 75% ในไตรมาส 4/57 จาก 68-69% ในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2558 ในขณะเดียวกันโรงงานหลอดไฟที่ 7 แห่งใหม่มีอัตรากำลังการผลิตอยู่ที่ 60% สูงขึ้นจาก 50% ในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2558

โดยผู้บริหารกล่าวว่ายอดสั่งซื้อที่กล่าวในข้างต้นนั้นจะหนุนให้อัตรากำลังการผลิตเพิ่มสูงขึ้นกว่า 70% ในปี 2559 เนื่องจากแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น เราจึงยังคงประมาณการอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ 19% สำหรับทั้งปี 2559 และปี 2560 จาก 18% ในปีที่แล้ว เราคิดว่ายอดขายที่สูงกว่าคาดจะหนุนให้บริษัทรายงานอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าคาด

งบการเงินที่แข็งแกร่งโดยไม่ต้องกู้เพิ่ม : บริษัทยังคงงบลงทุนไว้ที่ 1 พันล้านบาทสำหรับปี 2559 (ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า) สำหรับการผลิตสินค้าใหม่เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์ของกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ ได้แก่ โตโยต้า, นิสสัน และมิตซูบิชิ ผู้บริหารกล่าวว่าการลงทุนดังกล่าวนี้ จะนำเงินลงทุนมาจากกระแสเงินสดภายใน

ทั้งนี้ ให้สังเกตว่า ณ สิ้นเดือนมี.ค.2558 บริษัทมีเงินสดในมือ (รวมรายการเทียบเท่าเงินสด) ที่ 2.6 พันล้านบาท พร้อมทั้งปลอดภาระหนี้ เรามีมุมมมองเชิงบวกต่อการดำเนินงานทางด้านการเงินของบริษัทในระยะยาวในช่วงปีนี้และปีหน้า