ขึ้น-ทยอยขาย โดยมีจุดซื้อคืนรอบใหม่บริเวณ 1460 จุด
Market Outlook
คาดดัชนีฯ วันนี้ sideway down ปัจจัยภายนอกเป็นลบ แนะนำ ขึ้น-ทยอยขาย โดยมีจุดซื้อคืนอีกครั้งบริเวณ 1460 จุด
คาดดัชนีฯ วันนี้ Sideway down แนวรับ 1487/1475 จุด แนวต้าน 1500 จุด โดยแรงกดดันยังมาจากปัจจัยภายนอก หลังกรีซขอเลื่อนการชำระหนี้ IMF ไปเป็นสิ้นเดือนนี้ หลังยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับกลุ่มเจ้าหนี้ ส่งผลตลาดหุ้นโลกเกิดแรงเทขาย และตลาดพันธบัตรเกิดความผันผวนอย่างหนัก ขณะที่ราคาน้ำมันดิบโลกปรับลงแรงต่อเนื่องเป็นวันที่สอง ก่อนการประชุมโอเปคในวันนี้ ที่ตลาดคาดว่าจะไม่มีการลดกำลังการผลิต ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ คือ การจ้างงานสหรัฐในวันนี้ ส่วนปัจจัยในประเทศ กลุ่มธนาคารได้แรงหนุนจากการซื้อคืนของนักลงทุนสถาบันในประเทศ และหุ้นขนาดเล็ก-กลางมีแรงซื้อเก็งกำไรกลับเข้ามา นักลงทุนจับตาการประชุมกนง. ในสัปดาห์หน้า (คาดคงดอกเบี้ย)
กลยุทธ์ แนะนำ ขึ้น-ทยอยขาย โดยมีจุดซื้อคืนรอบใหม่บริเวณ 1460 จุด หุ้นแนะลงทุนรายสัปดาห์ 1. หุ้นที่มีการปรับประมาณการกำไรเพิ่มขึ้นสูงสุดได้แก่ TASCO CHO BTSGIF STPI WORK 2. หุ้นคาดเข้าคำนวณ SET50 BLA, TPIPL, WHA, SUPER, ITD, BA, SAWAD
ปัจจัยต่างประเทศ
กรีซขอเลื่อนการจ่ายหนี้ IMF ไปเป็นสิ้นเดือนนี้ หลังจากกรีซไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับกลุ่มเจ้าหนี้ได้ทันกำหนดการชำระหนี้ในวันนี้ (ราว 300 ล้านยูโร) โดยกรีซปฏิเสธร่างข้อตกลงที่กลุ่มเจ้าหนี้เสนอมา ซึ่งตามกฎของ IMF ประเทศสมาชิกสามารถรวมหนี้ที่ครบกำหนดชำระในเดือนนั้นไปจ่ายก้อนเดือนในช่วงสิ้นเดือนได้ (กรีซมีหนี้ที่ต้องชำระในเดือนนี้ราว 1.6 พันล้านยูโร) โดยกรีซเป็นชาติแรกนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 ที่ต้องขอเลื่อนการชำระหนี้ออกไป บ่งชี้การตกลงระหว่างกรีซกับกลุ่มเจ้าหนี้ยังไม่ใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงใดๆ สอดคล้องกับคำกล่าวของผู้นำเยอรมนีที่ว่า ยังมีงานต้องทำอีกมากกว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงตามรายงานข่าว คณะทำงานของอียูหวังให้กรีซตอบสนองต่อร่างที่อียูเสนอภายในวันที่ 8 มิ.ย. นี้ แต่ไม่ได้กำหนดวันในการสรุปข้อตกลง
IMF ลดคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐ และแนะเฟดเลื่อนขึ้นดอกเบี้ยเป็นปีหน้า วานนี้ IMF รายงานคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐลดลงเป็น 2.5% จากเดิม 3.1% นอกจากนี้ IMF ยังแนะให้สหรัฐเลื่อนการปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็นช่วงครึ่งแรกของปีหน้า เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์ขณะที่ค่อนข้างที่จะแข็งค่าเกินพื้นฐาน “moderately overvalued” ซึ่งการแข็งค่าเกินไปจะส่งผลลบต่อเศรษฐกิจได้ ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งอาจเป็นความเสี่ยงหากเฟดรีบปรับขึ้นดอกเบี้ยใน 2-3 เดือนข้างหน้า
ปัจจัยในประเทศ
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำสุดรอบ 11 เดือน ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน พ.ค. 58 อยู่ที่ 75.6 ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 และต่ำสุดในรอบ 11 เดือน โดยปัจจัยลบมาจาก การปรับลดคาดการณ์จีดีพีจากสภาพัฒน์ ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับสูงขึ้น การส่งออกติบลบ ราคาผลผลิตการเกษตรยังทรงตัวในระดับต่ำ
ทั้งนี้ นักลงทุนจับตาการประชุม กนง. ในวันที่ 10 มิ.ย. โดยนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่จากผลสำรวจบลูมเบิร์ก (20 ใน 23 ราย) คาดกนง. คงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 1.50%
สัญญาณทางเทคนิค ดัชนีฟื้นตัวได้ดีกว่าคาด ส่งผล indicators ระยะสั้นต่างๆ เริ่มฟื้นตัวได้ แต่ยังไม่กลับเป็นสัญญาณบวก ทั้งนี้ ดัชนียังเคลื่อนตัวในกรอบขาลงระยะสั้น หากไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือ 1500 จุด ได้ในสัปดาห์นี้ จะอ่อนตัวลงไปหาแนวรับถัดไปบริเวณ 1460/1430 จุด ต่อไป









