มีแรงกดดันหลายด้าน
ประเด็นการลงทุน
เรายังคงมีมุมมองเชิงลบต่อตลาดเครื่องดื่มของ ICHI เนื่องจาก 1) การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดทั้งตลาดชาพร้อมดื่มที่แข่งกับ OISHI และตลาดชาสมุนไพรที่แข็งกับ “จับใจ” 2) ผลประกอบการที่มีแนวโน้มอ่อนตัวลงในช่วงครึ่งปีหลังเนื่องจากเป็น low season 3) อาจเห็นการปรับลดประมาณการกำไรของเราและ consensus เนื่องจากค่าใช้จ่ายภาษีเพราะ BoI ในโรงงานเฟส 2 ยังไม่ได้รับการอนุมัติ
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการ 2Q15 ของ ICHI มีแนวโน้มเติบโตตามปัจจัยฤดูกาล ซึ่งอาจหนุนราคาหุ้นในระยะสั้น และเราคาดว่าราคาหุ้นจะไปได้ไม่ไกล เนื่องจากมีปัจจัยกดดันหลายด้านอยู่ข้างหน้า ดังนั้นเรายังคงมองว่าการ “ขาย” หุ้นจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
คาดกำไร 2Q15 ดี แต่ไม่ surprise ตลาด ...
เรายังคงมีมุมมองเชิงลบต่อธุรกิจของ ICHI โดยเรามองว่าการแข่งขันยังคงรุนแรงทั้งในตลาดชาพร้อมดื่ม (อิชิตัน) และเครื่องดื่มสมุนไพร (เย็น เย็น) แม้กำไร 2Q15 จะมีแนวโน้มเติบโต YoY และ QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล (high season) อย่างไรก็ดีเรามองว่าผลกำไรที่ดีขึ้นนั้น อยู่ในการคาดการของตลาดแล้ว และแนวโน้มไม่มี positive surprise นอกจากนี้เรามองว่าภาพธุรกิจจะเผชิญกับแรงกดดันต่างๆ ในช่วงครึ่งปีหลัง
... และจะลดลงในช่วงครึ่งปีหลัง
คาดผลประกอบการจะอ่อนตัวลงในช่วงครึ่งปีหลังอย่างมีนัยยะ เพราะการแข่งขันในเกือบทุกตลาดของ ICHI เช่น ชาเขียว “อิชิตัน” แข่งขันกับ “OISHI” และ น้ำสมุนไพร “จับใจ” (แบรนด์คู่แข่ง) ขายในราคาเพียง 10 บาทเท่านั้น ขณะที่ “เย็น เย็น” ขาย 15 บาท ส่งผลให้บริษัทต้องมีการจัดกิจกรรมต่างๆเพื่อรักษาตลาด ซึ่งเรามองว่าถึงแม้ปัจจัยลบยังไม่เห็นผลใน 1H15 เนื่องจากเป็น high season แต่เราคาดว่าจะเห็นอัตรากำไรขั้นต้นและยอดขาย จะอ่อนตัวลงในช่วง 2H15 ซึ่งเป็น low season
อาจไปอินโดฯ ช้ากว่าคาด
ผู้บริหารชี้แจงว่าการวางสินค้าจำหน่ายในอินโดนีเซีย อาจต้องเลื่อนเป็นช่วง 3Q15 เนื่องจากสินค้ายังไม่ได้รับการรับรองจาก ฮาลาล ของอินโดฯ ซึ่งในแง่หนึ่งอาจส่งผลดีต่อภาพรวมทั้งปีเนื่องจากการขาดทุนจากกิจการร่วมค้าจะน้อยลง แต่เราคาดผลขาดทุนนั้นจะไปบันทึกลงอยู่ในช่วง 2H15 ซึ่งปกติเป็นช่วง low season ที่ผลประกอบการจะค่อนข้างอ่อนแออยู่แล้ว ส่งผลให้ภาพผลประกอบการในช่วง 2H15 ดูไม่สดใส
BoI โรงงาน เฟส 2 ยังไม่อนุมัติ
คาดปี 2016 เป็นต้นไป ICHI อาจมีภาระต้องเริ่มจ่ายภาษีนิติบุคคลฯ เนื่องจาก BoI ในโรงงาน เฟส 2 (ราว 45% ของกำลังการผลิตรวม) ยังไม่ได้รับการอนุมัติ ซึ่งจากการประเมินเบื้องต้น คาดประมาณการกำไรในปี 2016-17 อาจมี downside risks ราว 8% และ 9% ตามลำดับ หากบริษัทต้องจ่ายภาษีดังกล่าว และอาจเห็นการปรับลดประมาณการของ consensus เนื่องจากภาษีในส่วนนี้






