วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market Focus

ถอยมาตั้งหลักก่อน

SET View

- แนวโน้ม SET หลุดแนวรับ 1480-1485 จุดวานนี้รวดเร็วอย่างผิดคาด ทำให้เรามีมุมมองเชิงลบ คาด SET มีโอกาสปรับตัวลดลงต่อเนื่อง เราจึงแนะนำให้ขายตัดขาดทุนและชะลอการลงทุนออกไปก่อน โดยในช่วงสัปดาห์นี้ SET มีโอกาสลงไปสร้างฐานบริเวณ 1460 จุด ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดของ SET ตั้งแต่ต้นปีนี้ (เกิดขึ้นเมื่อ 6 ม.ค.58)

อย่างไรก็ดี เราประเมินจุดต่ำสุดของ SET ในเดือนนี้ที่ 1440 จุด เทียบเท่า P/E ratio 16.4 เท่า (ค่าเฉลี่ย 13 ปี + 1S.D.) อิงกำไรตลาด ณ สิ้น 2Q58 หาก SET ลงไปถึงระดับดังกล่าว เรามองว่า เป็นจุดที่น่าสนใจการเข้าซื้อสะสมหุ้นพื้นฐานดี ราคาถูก เพื่อลงทุนระยะกลาง-ยาว

วานนี้ กระทรวงพาณิชย์ประกาศอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเดือน พ.ค.58 ลดลง 1.27%YoY (Consensus คาด -1.1%YoY, Bank of America Merrill Lynch คาด -1.04%YoY) นับเป็นการติดลบเดือนที่ 5 ติดต่อกัน และหดตัวมากสุดในรอบ 5 ปี 8 เดือน ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปใน 5 เดือนแรกของปีนี้ ลดลง 0.77%YoY แม้เงินเฟ้อไทยอยู่ในระดับต่ำมาก แต่ฝ่ายวิจัยภัทร คาดการประชุม กนง. 10 มิ.ย.นี้ จะตัดสินใจคงดอกเบี้ยที่ 1.5% เช่นเดิม โดยฝ่ายวิจัยภัทรประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อน่าจะผ่านจุดต่ำสุดแล้ว จากนี้จะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปและมีโอกาสกลับมาขยายตัวได้ใน 4Q58

การแข็งค่าของดอลล่าร์สหรัฐฯ กดดันภาคการผลิตและส่งออก สะท้อนจากยอดสั่งผลิตของโรงงานในสหรัฐฯ เดือน เม.ย. หดตัว 0.4% จากเดือนก่อนหน้า เทียบกับเดือน มี.ค.ที่ขยายตัวได้ 2.2%MoM และแย่กว่าที่ Bloomberg survey คาดว่าจะลดลงเพียง 0.1%MoM

- กลยุทธ์การลงทุน : ขายตัดขาดทุน แล้วรอดูสถานการณ์ก่อน

   Top Daily Pick : BANPU (มูลค่าเหมาะสม 39 บาท) ได้รับกระแสเชิงบวกจากข่าวการเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าหงสา หน่วยที่ 1 และ INTUCH (มูลค่าเหมาะสม 98 บาท) คาดราคาหุ้นจะมีความผันผวนน้อยกว่า SET เพราะมีปันผลสูงจูงใจรองรับ คาดการณ์ผลตอบแทนจากเงินปันผลปีนี้สูงถึง 6.25%

   Technical Pick : ASIAN GCAP MPG SEAFCO JAS (โปรดอ่านบทวิเคราะห์ Technical เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน)

   Theme Plays : หุ้นปันผลสูงมีความน่าสนใจในภาวะดอกเบี้ยขาลง (ADVANC, INTUCH)/หุ้นได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า (SVI, SAPPE)

Strategy Talk

- Fed อาจไม่รีบขึ้นดอกเบี้ย ในภาวะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯยังอ่อนแอ
Lael Bernard ซึ่งเป็นสมาชิก Fed ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงในปีนี้ (Voting member) ออกมาให้ความเห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจมีแนวโน้มอ่อนแอ ยาวนานกว่าที่เคยประเมิน เพราะค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐฯแข็งค่าต่อเนื่องและเศรษฐกิจโลกยังคงเปราะบาง กดดันภาคส่งออกของสหรัฐฯ ขณะที่การใช้จ่ายของผู้บริโภค ไม่ได้เติบโตแข็งแกร่ง แม้ว่า กำลังซื้อจะสูงขึ้นจากราคาน้ำมันที่ลดลง เรามองว่า Bernard กำลังส่งสัญญาณว่า Fed ไม่ควรรีบเร่งขึ้นดอกเบี้ย ในภาวะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯฟื้นตัวไม่เต็มที่ สอดคล้องกับมุมมองของเทรดเดอร์ที่ซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์สอ้างอิงอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ ยังคงเชื่อว่า Fed จะขยับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือน ธ.ค. ด้วยความน่าจะเป็น 59%

หุ้นมีประเด็น

WORK (ซื้อ, มูลค่าเหมาะสม 47 บาท) นักวิเคราะห์ของเรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของผลประกอบการ หลังจากเข้าประชุมกับผู้บริหาร โดยประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ คือ

• เรตติ้งช่อง Workpoint TV ยังคงยึดอันดับ 3 ไว้ได้เหนียวแน่น (เป็นรองเพียงเจ้าตลาดเดิมอย่างช่อง 3 และช่อง 7) โดยเรตติ้งปรับเพิ่มขึ้นจาก 0.6 ในเดือน เม.ย. เป็น 0.66 ในเดือน พ.ค.

• คาดกลับมามีกำไรสุทธิใน 2Q58 (เทียบกับขาดทุนสุทธิ 11 ล้านบาทใน 1Q58) ตามปัจจัยฤดูกาล และอัตราการขายเวลาโฆษณา (Utilization rate) คาดเพิ่มจาก 60% ใน 1Q58 เป็น 70% เสริมด้วยรายได้จากธุรกิจอื่น ได้แก่ ธุรกิจการแสดงและการจัดงานอีเวนท์

• คงประมาณการกำไรสุทธิปี 58 ที่ 207 ล้านบาท เติบโตแรงถึง 886%YoY จากฐานต่ำในปีก่อนหน้า ปัจจุบัน WORK ซื้อขายในระดับ PEG ที่ 0.13 เท่า
BANPU (ซื้อ, มูลค่าเหมาะสม 39 บาท) บริษัทแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ กรณีโรงไฟฟ้าถ่านหิน โครงการหงสาในลาว (BANPU ถือหุ้น 40%) หน่วยที่ 1 เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว เมื่อ 2 มิ.ย. เป็นไปตามกำหนดการ

เราประเมินว่า โครงการหงสา เป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญสำหรับผลประกอบการของ BANPU ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า คาดในปี 59 สัดส่วน EBITDA ของ BANPU จะมาจากธุรกิจโรงไฟฟ้า 47% เทียบกับปี 57 ที่มีสัดส่วนเพียง 26% ทำให้ผลประกอบการของ BANPU มีความผันผวนน้อยลงทั้งนี้ คาดหน่วยที่ 2 และ 3 จะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือน พ.ย.58 และ มี.ค.59 ตามลำดับ (รายละเอียดเพิ่มเติมในบทวิเคราะห์ Analyst Note เช้านี้)