วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

CK - ซื้อ

ยังคงมุมมองเชิงบวก

ภาพรวมจากการประชุมนักวิเคราะห์ของ CK เมื่อวันศุกร์ที่ 22 พ.ค.2558 ที่ผ่านมาเป็นกลางในมุมมองของเรา โดยผู้บริหารไม่มีแสดงความกังวลต่อการดำเนินงานของบริษัทในปีนี้ แต่ดูเหมือนว่าจะมีประเด็นข้อกังวลบ้างเกี่ยวกับความล่าช้าของโครงการภาครัฐ 

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงคาดว่าจะเห็นถึงความคืบหน้าในบางส่วนในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 ซึ่งคาดว่าประเด็นการลงทุนของภาครัฐจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจ ในช่วงที่เหลือของปี โดยเราเชื่อว่า CK ซึ่งเป็นบริษัทรับเหมาหลัก ซึ่งจะเป็นบริษัทหลักที่ได้ประโยชน์จากประเด็นนี้ ทั้งนี้เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” CK ด้วยราคาเป้าหมายที่ 34.40 บาท
ยืนยันเป้าหมายรายได้อย่างน้อย 32.0 พันลบ. ในปี 2558 บริษัทได้ยืนยันเป้าหมายรายได้ของบริษัทอย่างน้อยที่ 32.0 พันลบ. ทรงตัวจากปีก่อน โดยมีแรงหนุนมาจาก backlog ที่แข็งแกร่ง โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/58 มูลค่า backlog ของ CK อยู่ที่ 86.9 พันลบ. หรือ 2.7 เท่าต่อเป้าหมายรายได้ปี 2558

อย่างไรก็ตามตัวเลขดังกล่าวนั้นลดลง 7.7% จาก 93.6 พันลบ. ณ ช่วงสิ้นปี 2557 เนื่องจากมีการเซ็นสัญญาโครงการใหม่จำนวนน้อยในช่วงดังกล่าว อย่างไรก็ตาม CK มีสัญญางานใหม่ 2 สัญญาที่มีกำหนดเซ็นในช่วงไตรมาส 2/58 รวมถึงโครงการอาคารทางการแพทย์มูลค่า 1.2 พันลบ. (เฟส 2) ที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และโครงการย้ายสายไฟจากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) 

คาดถึงการปรับตัวดีขึ้นด้านอัตรากำไรในไตรมาส 2/58 ผู้บริหารใหม่ให้แนวทางว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของ CK น่าจะผ่านจุดตํ่าไปในไตรมาส 1/58 จากส่วนแบ่งด้านโครงการ ที่ใกล้จะแล้วเสร็จอย่างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงสัญญา 1 ซึ่งมีอัตรากำไรที่ตํ่าในไตรมาส 1/58 ทั้งนี้ ด้วยการที่โครงการดังกล่าวจะแล้วเสร็จในไตรมาส 2/58 เราจึงคาดว่าจะเห็น GPM ที่ดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/58 และเราประเมิน GPM ทั้งปีที่ 10% 

การควบรวมกิจการ (amalgamation) ของบริษัทลูกเป็นไปตามกำหนดการ CK ในฐานะที่เป็นบริษัทแม่ของ BECL และ BMCL ได้เข้าซื้อหุ้นราวๆ 100 ล้านหุ้นจากผู้ถือหุ้นของ BMCL ที่ไม่เห็นด้วยกับการควบรวมกิจการ และไม่ได้ซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นของ BECL ที่ไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงดังกล่าว และได้ขายสัดส่วนการถือครองเข้าตลาดหุ้นไปแล้ว ในไตรมาส 1/58 ด้วยกำไร 37 ลบ. โดยเมื่ออิงจากสัดส่วนในปัจจุบันของ CK ใน BMCL (25.19%) และ BECL (17.17%) เราคาดว่าบริษัทจะถือครองสัดส่วนราวๆ 28% ในบริษัทใหม่จากการควบรวมกิจการ

ทั้งนี้ผู้บริหารของ CK กล่าวว่ากระบวนการควบรวมกิจการ BECL และ BMCL นั้นเป็นไปตามแผนการและคาดว่าจะแล้ว เสร็จตามกำหนดการในช่วงเดือน ส.ค.

คาดรับรู้กำไรราวๆ 1.6 พันลบ. จากการขายหุ้นบริษัท ไซยะบุรีในไตรมาส 2/58 CK รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ถึงการขายหุ้นในสัดส่วน 30% ในบริษัทไซยะบุรีให้กับ CKP ซึ่งทำให้ CK น่าจะสามารถบันทึกกำไรจากรายการนี้ราวๆ 1.6 พันลบ. ก่อนหักภาษี โดยเงินสดจากรายการขายหุ้นนี้จะใช้ชำระเงินกู้ธนาคารเพื่อยกระดับอัตราเงินทุนต่อหนี้สิน (gearing) ของบริษัทและลดดอกเบี้ยจ่ายลง

ความล่าช้าในบางโครงการจากภาครัฐอิงจากข้อมูลล่าสุด กำหนดการประมูลสำหรับโครงการภาครัฐหลายโครงการดูเหมือนว่าจะล่าช้า เล็กน้อย 1-2 เดือนจากกำหนดการก่อน
หน้าที่จะมีการจัดประมูลในช่วงครึ่งแรกของปี 2558 อย่างไรก็ตาม CK ยังหวังว่าโครงการเหล่านี้จะจัดประมูลในที่สุดภายในสิ้นปีนี้ สำหรับโครงการที่จะจัดประมูลเร็วที่สุดนั้นจะเกิดขึ้นในเดือน มิ.ย. คือโครงการท่อระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำหนองบอนด้วยมูลค่า 5.9 พันลบ.

คงคำแนะนำ “ซื้อ” เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” CK ด้วยมูลค่าพื้นฐานที่ 34.40 บาทอิงวิธีรวมส่วนธุรกิจ (SOTP) ราคาปัจจุบันซื้อขายที่ PBV ปี 2558 ที่ 2.2 เท่า ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย
ระยะยาวของบริษัทที่ 2.3 เท่า ขณะที่ภาพรวมธุรกิจก่อสร้างยังเป็นบวก แม้จะมีความล่าช้าบ้างในบางส่วน