ปรับประมาณการกำไรปี 58 ลดลง 17%
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- ผลการดำเนินงาน 1Q58 เพิ่มขึ้น 65% QoQ แต่ลดลง 28% YoY : รายได้ 1Q58 เท่ากับ 1,321 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41%QoQ สาเหตุมาจากทยอยส่งมอบงานโครงการที่ได้รับในช่วงปลายปี 57 อย่างไรก็ตาม จากการที่ช่วงปลายปี 56 บริษัทได้งานโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการและส่งมอบงานในช่วง 1Q57 จึงทำให้รายได้ปรับตัวลดลง 31% YoY ถึงแม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นในช่วง 1Q58 ดีขึ้นกว่าช่วงปีก่อน โดยอยู่ที่ระดับ 27% จากปีก่อนที่ระดับ 21% แต่ผลการดำเนินงาน 1Q58 มีกำไรสุทธิ 142 ล้านบาท ยังคงลดลง 28% YoY
- มีความเสี่ยงจากความล่าช้าของภาครัฐ : แนวโน้มผลประกอบการของบริษัทได้รับความเสี่ยงจากการลงทุนของภาครัฐที่แม้ว่าจะดีขึ้นแต่ยังคงล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ยังมีประเด็นการปรับลดราคากลางของการประมูลโครงการเพื่อให้สอดคล้องกับการลดลงของราคาน้ำมันในตลาดโลก ส่งผลให้การลงนามสัญญาและกระบวนการต่างๆ ล่าช้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทและทำให้ผู้บริหารปรับลดเป้าหมายรายได้เหลือ 5.5 พันล้านบาทจากเดิม 6.8 พันล้านบาท นอกจากนี้แนวโน้มการได้รับงานต่างๆยังไม่มีความชัดเจนมากนัก ปัจจุบัน (25 พ.ค.58) บริษัทมี Backlog อยู่ที่ 2.4 พันล้านบาท เพิ่มเล็กน้อยจาก 1Q58
- ปรับประมาณการผลการดำเนินงานปี 58 ลดลง 17% : บริษัทได้รับแรงกดดันจากการปรับลดราคากลางในการประมูลโครงการ และการเปิดประมูลโครงการต่างๆ ยังไม่มีความแน่ชัด ฝ่ายวิจัยคาดว่าช่วง 2H58 จึงเริ่มเห็นความชัดเจนในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่จะมีมากขึ้น และทำให้การลงทุนภาครัฐในส่วนนี้เพิ่มขึ้นมากเพื่อให้ทันสิ้นปีงบประมาณ 2558 ที่จะสิ้นสุดในปลายเดือนก.ย. ส่งให้บริษัทได้รับงานมากขึ้นและคาดว่าจะเริ่มรับรู้ในช่วงปีต้นปี 59 เป็นต้นไป ฝ่ายวิจัยได้ปรับลดประมาณการรายได้ให้สอดคล้องกับเป้าหมายของผู้บริหารส่งผลให้ประมาณการกำไรปี 58 เหลือ 552 ล้านบาท จากเดิม 663 ล้านบาท ซึ่งลดลง 16% YoY
- เปลี่ยนคำแนะนำจาก”ซื้อ” เป็น “ถือ” ราคาเป้าหมาย 37.50 บาท : จากการปรับลดประมาณการรายได้ลง แต่มีแนวโน้มฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังและคาดว่าจะมีการฟื้นตัวอย่างมากในปี 59 เมื่อพิจารณาประกอบกับการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอซึ่งมีอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 5% ต่อปี ทั้งนี้ มูลค่าเหมาะสมซึ่งประเมินจากวิธี Prospective PER ที่ 14 เท่า และ EPS ปี 58 ที่ 2.68 บาท ได้เท่ากับ 37.50 บาท(เดิม 45 บาท) ซึ่งสูงกว่าราคาปัจจุบันไม่มากนัก ฝ่ายวิจัยจึงปรับลดคำแนะนำจาก “ซื้อ” เป็น “ถือ”








