กำไรไตรมาส 4/58 เป็นไปตามคาด
STANLY รายงานกำไรไตรมาส 4/58 (ม.ค.-มี.ค. 2558) ที่ 368 ล้านบาท ลดลง 8% แต่สูงขึ้น 5% QoQ ผลประกอบการเป็นไปตามประมาณการของเราแต่สูงกว่าประมาณการตลาด 63% ทั้งนี้ให้สังเกตว่ากำไรปี 2558 ลดลง 22% เป็น 1,158 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 101% ของประมาณการกำไรปี 2558 ที่ 1,150 ล้านบาท
ประเด็นหลักจากผลประกอบการ
รายได้เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด 15% YoY และ 17% QoQ เป็น 2.8 พันล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากยอดคำสั่งซื้อใหม่จากมิตซูบิชิ (ไทรทันและแอททราจ), นิสสัน (นาวาร่าตัวใหม่) และฮอนด้า (แอคคอร์ดตัวใหม่) ให้สังเกตว่ายอดการผลิตยานยนต์ในเดือนม.ค.-มี.ค. 2558 เป็น 5.23 แสนคัน สูงขึ้น 11.2% QoQ และ 1.1% YoY อัตรากำไรขั้นต้นของ STANLY เป็น 20.2% ในไตรมาส 4/58 ลดลงจาก 22.3% ในไตรมาสก่อนหน้า (เนื่องจากงบลงทุนสำหรับการผลิตโมเดลใหม่ๆสูงขึ้นอย่างที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้น)
อัตราการใช้กำลังการผลิตไลน์ใหม่ล่าสุดของบริษัท (ไลน์การผลิตของโรงงาน #7) ปรับตัวสูงขึ้นใกล้เคียง 60% แต่ไลน์การผลิตดังกล่าวไม่สามารถสร้างการประหยัดของธุรกิจได้ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวลง YoY ผู้บริหารคาดอัตรากำลังการผลิตของไลน์การผลิตใหม่นี้จะแตะ 70% ภายในปลายครึ่งหลังของปี 2559 (ต.ค.-มี.ค.)
แนวโน้ม
เราคาดว่า STANLY จะรายงานกำไรหลักเติบโตแข็งแกร่ง YoY สำหรับไตรมาส 1/59 (เม.ย.-มิ.ย. 2558) อัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มสูงขึ้นและยอดขายที่สูงขึ้นสำหรับยอดสั่งซื้อใหม่จะหนุนกำไรให้สูงขึ้น ทั้งนี้ให้สังเกตว่าสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยคาดบยอดการผลิตรถยนต์ปี 2558 จะสูงขึ้น 10% เป็น 2.1 ล้านคันหลังจากที่ลดลง 18% ในปี 2557
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป
เรายังคงประมาณการกำไรปี 2559 (งวดบัญชีเมษายน 2558-มีนาคม 2559) ของเราไม่เปลี่ยนแปลง
คำแนะนำ
กลุ่มยานยนต์จะเริ่มฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 ดังนั้น STANLY จะค่อยๆมียอดสั่งซื้อที่แข็งแกร่งขึ้น (จากนิสสัน, มิตซูบิชิ และฮอนด้า) ในไตรมาส 1/59 (เม.ย.-มิ.ย. 2558) ซึ่งเป็นตัวสะท้อนว่าบริษัทจะมียอดขายที่ปรับตัวดีขึ้นและอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นจากปีที่แล้ว เนื่องจากคาดว่าแนวโน้มจะรับตัวดีขึ้นในช่วงปลายปีนี้ แต่เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ หุ้น STANLY








