ขึ้นขาย และรอซื้อคืนบริเวณ 1480 จุด
Market Outlook
คาดดัชนีฯ สัปดาห์นี้ คาดรายงานตัวเลขเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศถ่วงตลาด คงคำแนะนำ ขึ้นขาย เพื่อรอซื้อคืนแนวรับ
คาดดัชนีฯ สัปดาห์นี้ upside จำกัดที่ 1555 จุด แนวรับ 1480 จุด โดยจะมีปัจจัยถ่วงจากรายงาน 1Q58F GDP USA ครั้งที่สอง ตลาดคาด -0.9%q-q (Vs ครั้งแรก +0.2%q-q) และประธานเฟดเยลเลน เมื่อวันศุกร์คาดเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยฯครั้งแรกในปีนี้ รวมถึงจับตา การค้าไทยเดือนเมย อาจไม่ฟื้นตัว และ การแก้ไข ร่างรัฐธรรมนูญมีแนวโน้มส่งผลการเลือกตั้งอาจล่าช้าจากโรดแมปเดิม ส่งผลการรีบาวด์ของตลาดหุ้นไทยจะมี Upside จำกัดอยู่ที่ 1555 จุด แต่ความเสี่ยงขาลง ลงได้ลึกถึง 1480 จุดในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า รวมถึงการคาดว่าไม่มี Catalysts ใหม่ๆ หลังจากส่วนใหญ่รับรู้ไปในราคาหุ้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ผลประชุมเฟดคาดยังไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ยเดือน มิ.ย. (+ตลาดหุ้นโลก) การแรลลี่ของราคาน้ำมันดิบโลก (+หุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี) มาตรการลงทุนโครงการ Infrastructure ขนาดใหญ่ของรัฐ (+กลุ่มรับเหมาฯและวัสดุก่อสร้าง) การลดดอกเบี้ยของแบงก์ (+กลุ่มเช่าซื้อและหุ้นปันผลสูง) รวมถึง การกลับมาฟื้นตัวของหุ้นเก็งกำไรขนาดเล็ก-กลาง (เกิดสัญญาณซื้อทางเทคนิค)
กลยุทธ์ แนะนำ ขึ้นขาย และรอซื้อคืนบริเวณ 1480 จุด หุ้นที่น่าสนใจสำหรับการซื้อเล่นเก็งกำไร ที่แนวรับได้แก่
1. หุ้นที่มี Upward Revision (-Downward Revision) สูงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้แก่ CHO CFRESH BRR TASCO PLAT ส่วนหุ้นน่าขายก่อน PSL KAMART
2. หุ้นที่ได้ประโยชน์จากแนวโน้มดอกเบี้ยลดลง หุ้นปันผลสูง BTS TTW QH SPALI หุ้นเช่าซื้อ MTLS SAWAD
3. หุ้นที่มีประเด็นอื่นๆ
• MSCI Semi-Annual Index Review มีผลตั้งแต่ 29 พ.ค. : หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการถูกเพิ่มคำนวณใน ดัชนี MSCI Global Small Cap Index 14 บริษัท BA, BEAUTY, CBG, EPG, IMPACT, IFEC, MTLS, PLANB, PTG, SIM, SCAN, TSE, UNIQ, WORK และถอดออก 2 หลักทรัพย์ JMART, TPIPL ส่วนหุ้นที่คำนวณใน ดัชนี MSCI Global Big Cap Index พบว่าไม่มีหุ้นเข้า-ออก แต่มีเพิ่มน้ำหนัก FIF บางส่วน ได้แก่ BDMS (+0.47%), CPF (+0.27%), IVL (+0.19%) และปรับลดน้ำหนัก
PTT (-0.11%), KBANK-F (-0.08%), SCB (-0.08%), ADVANC ( -0.08%),
• หุ้นที่มี Opportunity day สัปดาห์นี้ วันจันทร์ PSL PTTGC TSR CHO BCP IRPC วันอังคาร TVD ARROW PJW TVT วันพุธ NWR LIT วันพฤหัสฯ COL AH PYLON BJC
ประเด็นเด่นสัปดาห์นี้ ที่ตลาดให้ความสนใจ ได้แก่
1) รายงานเศรษฐกิจสำคัญ: รายงาน 1Q58F GDP สหรัฐฯครั้งที่สอง คาดออกมาหดตัว -0.9%q-q (Vs ครั้งแรกประกาศ +0.2%q-q) อาจส่งผลลบต่อ Sentiment ตลาดหุ้นทั่วโลก ส่วนไทย รายงานดุลการค้า และดุลบัญชีเดินสะพัด เม.ย. คาดลดลงอย่างมีนัย เหลือ -$0.78bn. และ +$0.75bn. (Vs มี.ค. +$1.49bn. และ +$2.22bn. ตามลำดับ) และวันที่ 29 พ.ค. ธปท รายงานภาวะเศรษฐกิจเดือน เม.ย. รวมถึงจับตาการประชุมครม. จะมีความคืบหน้าเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่
2) Fed Rate Outlook: สุนทรพจน์ของประธานเฟด เยลเลน เมื่อวันศุกร์ ส่งสัญญาณว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้หากเศรษฐกิจสหรัฐฯยังคงปรับตัวขึ้นตามที่คาดการณ์ โดยการหดตัวของเศรษฐกิจในไตรมาสแรก มาจากปัจจัยชั่วคราว รวมถึงสภาพอากาศ ทั้งนี้ โพลสำรวจส่วนใหญ่คาดการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยฯ ครั้งแรกจะอยู่ในเดือน ก.ย.
3) MSCI quarterly review: เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 29 พ.ค. เป็นต้นไป คาดส่งผลดีต่อหุ้นที่ได้ถูกเพิ่ม น้ำหนักและเพิ่มในการคำนวณที่ผ่านมา
สัญญาณทางเทคนิค ดัชนีสัปดาห์ที่ผ่านมา รักษาโมเมนตัมที่จะเดินหน้าขึ้นต่อไว้ได้ ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีต่อแนวโน้มในระยะสั้น เพราะยังเปิดโอกาสให้ดัชนีไปทดสอบแนวต้าน 1536 จุด และด้วยมีฟอร์มของ W-Shape หนุน ดัชนีจึงมีความพร้อมที่จะผ่านขึ้นไป เพื่อไปยังเส้น Downtrend Line ที่ 1555 จุดได้ด้วย นอกจากนี้ MACD ได้ผ่านเส้น Signal Line ขึ้นมาแล้ว และ RSI ที่อยู่ห่างจาก Overbought เราจึงมองว่าดัชนีจะปรับตัวขึ้นมาต่อ แต่จะมีความผันผวนต่อเนื่อง ในระยะสั้นของดัชนีฯถือว่ามีนัยขึ้นได้ต่อ แต่นักลงทุนก็ต้อง
รับมือกับความผันผวนให้ดี ขณะที่เรายังคงมีมุมมองต่อดัชนีอย่างระมัดระวัง จึงคงเน้นเลือกเล่นเป็นรายตัวและขายทำกำไรเมื่อมีโอกาสเช่นเดิมต่อไป









