ขึ้นขาย – รอซื้อคืนบริเวณ 1478/1459 จุด
Market Outlook
คาดดัชนีฯ วันนี้ Sideway up รอดูอัตราเงินเฟ้อสหรัฐ และท่าทีประธานเฟดในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย คงคำแนะนำ ขึ้นขาย เพื่อรอซื้อคืนแนวรับ
คาดดัชนีฯ วันนี้ sideway up แนวต้าน 1532/1538 จุด แนวรับ 1520/1515 จุด ขณะที่โมเมนตัมบวกของตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว (DM) และการทำสถิติสูงสุดใหม่ของราคาน้ำมันดิบ ยังคงเป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นโลกปรับตัวขึ้นต่อ แต่การปรับขึ้นคาดจะอยู่ในกรอบจำกัด เนื่องจาก valuation ที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงนักลงทุนยังรอฟังสุนทรพจน์ประธานเฟด และอัตราเงินเฟ้อสหรัฐ เพื่อประเมินระยะเวลาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ส่วนในประเทศ คาดหุ้นกลุ่มพลังงานเป็นกลุ่มหนุนตลาดหุ้นไทยวันนี้ ตามราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับสูงขึ้น
ขณะที่กลุ่มธนาคาร ยังถูกกดดันจากความกังวลเรื่อง NPL ที่ปรับสูงขึ้น รวมถึงแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลงในประเทศ เราจึงยังคงมุมมองเดิมว่า การปรับขึ้นเป็นเพียงการรีบาวด์ช่วงสั้น
กลยุทธ์ เราคงคำแนะนำ ทยอยขาย เพื่อรอซื้อคืนบริเวณ 1478/1459 จุด อิงการศึกษาของเรา พบว่าดัชนี SET มีความสัมพันธ์เชิงลบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ (หากยิลด์พันธบัตรพุ่งขึ้นแรง จะส่งผลลบต่อราคาสินทรัพย์เสี่ยง)
ปัจจัยต่างประเทศ
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ค่อนข้างคละ โดยวานนี้สหรัฐรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญหลายตัว ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสองเดือน เม.ย. ลดลง 3.3%QoQ ผิดจากที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น ในวันเดียวกัน มาร์กิต รายงาน PMI ภาคการผลิตสหรัฐเดือน พ.ค. ปรับตัวลงสู่ระดับ 53.8 จากระดับ 54.1 ในเดือน เม.ย.
อย่างไรก็ดี รายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐยังคงต่ำกว่าระดับ 300,000 รายเป็นสัปดาห์ที่ 11 ติดต่อกัน บ่งชี้ถึงตลาดแรงงานสหรัฐที่ยังมีความแข็งแกร่ง
ราคาน้ำมันดิบปรับสูงขึ้น จากอุปสงค์น้ำมันในสหรัฐที่เพิ่มขึ้น โดยสมาคมผู้ผลิตรถยนต์สหรัฐรายงานความต้องการเชื้อเพลิงสหรัฐมีแนวโน้มสูงขึ้นมาก ประกอบกับรายงานสต๊อคน้ำมันดิบที่ลดลง ช่วยหนุนการรีบาวด์ของราคาน้ำมันดิบโลก รวมถึงการอ่อนค่าลงของดอลลาร์วานนี้ หนุนราคาสินค้าโภคภัณฑ์ให้ปรับสูงขึ้น
ทั้งนี้ นักลงทุนจับตาการประชุมโอเปคที่จะมีขึ้นในเดือนหน้า ซึ่งตลาดคาดว่าโอเปคจะยังคงให้ความสำคัญต่อสัดส่วนการตลาดมากกว่าระดับราคาน้ำมัน ซึ่งจะยังเป็นปัจจัยกดดันราคาน้ำมันในระยะต่อไป
ปัจจัยในประเทศ
กลุ่มธนาคารยังมีแรงเทขายต่อเนื่อง โดยปัจจัยกดดันมาจากความกังวลเรื่อง NPL ที่เริ่มมีสัญญาณปรับสูงขึ้น จากภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอกว่าคาด ประกอบแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในประเทศที่เป็นขาลง (ยังมีโอกาสของกนง. ที่จะปรับลงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หากเศรษฐกิจยังอ่อนแอต่อเนื่อง) จึงมีแรงเทขายหนักในธนาคารขนาดใหญ่ อย่างไรก็ดี จากการปรับตัวลงของราคาต่อเนื่อง ธนาคารขณะนี้ราคาถูกเมื่อเทียบกับมูลค่าพื้นฐาน (ดูรูปประกอบในเล่ม) แต่จากมุมมองภาวะตลาดโดยรวมที่มีโอกาสปรับฐาน จึงแนะให้รอซื้อลงทุนเมื่อดัชนีปรับตัวลงแรง
สัญญาณทางเทคนิค ระยะสั้นดัชนียังสามารถยืนเหนือเส้น SMA ระยะสั้น 5 และ 10 วันได้ ขณะที่ RSI มีสัญญาณบวก แต่ MACD ยังบ่งชี้ถึงความอ่อนแอในตลาดโดยไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือระดับ 0 ได้ ทั้งนี้ สัญญาณระยะกลางยังไม่กลับเป็นบวกเช่นเดียวกัน หากไม่สามารถดีดตัวผ่านแนวต้านสำคัญ 1550 จุด (SMA 200 วัน) และ 1570 จุด (กรอบบนของ downtrend channel ในรอบนี้)









