ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 55 - 61 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (18 – 23 พ.ค. 58)
ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้ยังคงเคลื่อนไหวอย่างผันผวน โดยตลาดน้ำมันดิบยังคงได้รับแรงหนุนจากอัตราการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง ประกอบกับสถานการณ์ความไม่สงบในเยเมนที่ยังคงปะทุต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดความกังวลต่ออุปทานน้ำมันดิบ อย่างไรก็ตาม อุปทานน้ำมันดิบจากผู้ผลิตในกลุ่มโอเปคยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยซาอุดิอาระเบียยังคงเดินหน้าผลิตน้ำมันดิบที่ระดับสูงต่อเนื่องและยืนยันที่จะส่งออกน้ำมันดิบเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดไว้ นอกจากนี้ อุปสงค์น้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวลดลงในช่วงไตรมาส 2 นี้ หลังโรงกลั่นน้ำมันทั่วโลกเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น
ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:
- การชะลอแผนการลงทุนขุดเจาะและผลิตน้ำมันในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เริ่มส่งสัญญาณให้เห็นถึงอัตราการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐที่ชะลอตัวลง หลังจากปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องในรอบ 4 เดือนที่ผ่านมา โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) เปิดเผยตัวเลขอัตราการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ที่ค่อนข้างทรงตัวอยู่ที่ระดับ 9.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน (รายงาน ณ วันที่ 1 พ.ค. 58) ประกอบกับปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ที่ปรับลดลง 2.2 ล้านบาร์เรล เป็นสัปดาห์ที่สองติดต่อกัน แตะระดับ 484.8 ล้านบาร์เรล หลังจากก่อนหน้านี้ ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในรอบ 4 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่ ปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง ณ จุดส่งมอบคุชชิ่ง โอกลาโฮมา ปรับลดลงกว่า 990,000 บาร์เรล สู่ระดับ 60.7 ล้านบาร์เรล ซึ่งการลดลงของน้ำมันดิบในคงคลัง ยังเป็นการส่งสัญญาณว่าอุปสงค์ปรับตัวเพิ่มขึ้นก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูการขับขี่ของสหรัฐ ในช่วงฤดูร้อน (มิ.ย. – ส.ค.) ของปี
- สถานการณ์ความไม่สงบในเยเมนยังคงปะทุต่อเนื่อง โดยล่าสุดซาอุดิอาระเบียยังคงดำเนินการโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มกบฏฮูตีในประเทศเยเมน โดยการโจมตีทางอากาศครั้งนี้ส่งผลให้ฐานเก็บจรวดของกบฏในกรุงซานาระเบิด และมีผู้เสียชีวิตถึง 90 คนและบาดเจ็บมากกว่า 300 คน ซึ่งนับเป็นการทิ้งระเบิดปลิดชีพผู้คนมากที่สุดในคราวเดียว นับตั้งแต่สงครามเยเมนเริ่มต้นขึ้น สงครามที่รุนแรงเช่นนี้ส่งผลให้เกิดความกังวลต่ออุปทานน้ำมันดิบ เนื่องจากเยเมนเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญแห่งหนึ่งในการขนส่งน้ำมันดิบ
- อุปทานน้ำมันดิบจากผู้ผลิตในกลุ่มโอเปคยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด ซาอุดิอาระเบียยังคงเดินหน้าผลิตน้ำมันดิบที่ระดับสูงต่อเนื่องและยืนยันที่จะส่งออกน้ำมันดิบเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดไว้ ซึ่งในเดือน เม.ย. ที่ผ่านมาซาอุดิอาระเบียผลิตน้ำมันดิบแตะระดับ 10.36 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับที่สูงเป็นประวัติการณ์ นอกจากนี้ ตัวแทนจากกลุ่มโอเปคออกมายืนกรานว่า จะไม่มีการลดกำลังการผลิตลงในการประชุมกลุ่มโอเปคในวันที่ 5 มิ.ย.ที่จะถึงนี้ โดยเน้นย้ำว่ากลุ่มโอเปคจะยังคงกลยุทธ์เดิมเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดไว้
- ติดตามทิศทางเศรษฐกิจจีนว่าธนาคารกลางจีน (PBOC) จะมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมหรือไม่ หลังจาก PBOC ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากระยะเวลา 1 ปีลงร้อยละ 0.25 เป็นร้อยละ 5.35 และร้อยละ 2.5 ตามลำดับ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และป้องกันความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจีนอาจเข้าสู่ภาวะเงินฝืด โดย PBOC เคยปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปีเมื่อเดือนพ.ย. 2557 โดยลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละ 0.4 มาอยู่ที่ร้อยละ 5.6 และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากระยะ 1 ปี ร้อยละ 0.25 มาอยู่ที่ร้อยละ 2.75 ทั้งนี้ ตลาดยังคงจับตาว่ารัฐบาลจีนอาจจะสามารถบรรลุเป้าการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ที่ 7% ตามที่กำหนดไว้หรือไม่
- อุปสงค์น้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวลดลงในช่วงไตรมาส 2 นี้ หลังโรงกลั่นน้ำมันทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชีย เข้าสู่ฤดูกาลปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาน้ำมันดิบในช่วงนี้
- ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ และดัชนีภาคการผลิต (Markit PMI)สหรัฐ ดัชนีราคาผู้บริโภค และดัชนีภาคการผลิต (Markit PMI) ของยูโรโซน
สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (11 – 15 พ.ค. 58)
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น 0.49 ดอลลาร์สหรัฐ ปิดที่ 59.88 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 1.20 ดอลลาร์สหรัฐ ปิดที่ 66.59 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์ที่ผ่านมาได้รับแรงหนุนจากรายงานตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐที่ปรับตัวลดลงเป็นสัปดาห์ที่สองติดต่อกัน ประกอบกับความกังวลว่าอุปทานน้ำมันจะตึงตัวหลังจากความไม่สงบทางการเมืองในประเทศเยเมนที่ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะคลี่คลาย
-----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999






