วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

BA - ซื้อ

ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายจากกำไรที่ดีในไตรมาส 1/58

BA รายงานกำไรสุทธิที่ดีในไตรมาส 1/58 ที่ 1.07 พันลบ. สูงกว่าที่เราคาด 15% (933 ลบ.) โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม ค่าตัดจำหน่ายและค่าเช่า (EBITDAR) ที่ดีกว่าคาด โดยเราได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรขึ้น 20-30% ในปี 2558-2559 และราคาเป้าหมายเป็น 22.00 บาท (จาก 20.50 บาท) ทั้งนี้เราได้ปรับเพิ่มคำแนะนำ BA เป็น “ซื้อ” จาก “ถือ”

กำไรสุทธิ +108% YoY มีปัจจัยผลักดันสำคัญมาจาก : 1) การฟื้นตัวที่แข็งแกร่งด้านจำนวนผู้โดยสาร (+11% YoY); 2) อัตราส่วนบรรทุกผู้โดยสาร (cabin factor) ที่สูงขึ้น (+3%YoY เป็น 72%); 3) ราคาตั๋วโดยเฉลี่ย (-2% YoY); และ 4) ค่าเชื้อเพลิงที่ลดลง (-9% YoY)

อัตรา EBITDAR เพิ่ม YoY รายได้เพิ่มขึ้น 10% YoY ขณะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นเพียง 1% YoY โดยมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายการขายและบริหาร (SG&A) ที่ลดลงจาก 15% ในไตรมาส 1/57 เป็น 12% ในไตรมาส 1/58 ที่ช่วยยกระดับอัตรา EBITDAR ขึ้นเป็น 28% ในไตรมาส 1/58 จาก 24% ในไตรมาส 1/57

ค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิง -9% YoY ปริมาณเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 9% YoY ในไตรมาส 1/58 แต่ราคาน้ำมันนั้นลดลงราวๆ 20% YoY (ราวๆ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล) ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงทั้งหมดลดลง 9% YoY ในไตรมาส 1/58 ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงมีสัดส่วน 30% ต่อต้นทุนยอดขายทั้งหมดในไตรมาส 1/58 (ลดจาก 33% ในไตรมาส 1/57)
ปรับเพิ่ม EPS สำหรับปี 2558-2559 เราได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2558 ขึ้น 31% และปี 2559 ขึ้น 23% เพื่อสะท้อนกำไรที่ดีในไตรมาส 1/58 และสมมติฐาน SG&A ที่ต่ำลงโดยเราได้รวมปัจจัยลบจากค่าเงินบาทอ่อนตัวเป็น 34 บาท/ดอลลาร์ในปี 2558 และ 33.5 บาท/ดอลลาร์ในปี 2559 เข้ามาในประมาณการของเราแล้ว และคาดว่าราคาน้ำมันจะอยู่ที่ 85 ดอลลาร์/บาร์เรลในปี 2558 และ 100 ดอลลาร์/บาร์เรลในปี 2559

ค่าเงินบาทอ่อน เราคาดว่าค่าเงินบาทที่อ่อนตัวจะเป็นปัจจัยลบต่อกลุ่มสายการบิน เนื่องจากจะทำให้ค่าเชื้อเพลิงเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทก็มีการบริหารความเสี่ยงโดยธรรมชาติ (natural hedge) ที่ดีในด้านรายได้และค่าใช้จ่าย และไม่มีหนี้สินในสกุลเงินต่างประเทศ เราจึงคาดว่า BA จะมีผลกระทบเล็กน้อยจากค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลง ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ปัจจัยอ่อนไหวของเรา พบว่าการที่เงินบาทอ่อนค่าลงทุกๆ 1 บาทเทียบเงินดอลลาร์ ก็จะส่งผลต่อกำไรของ BA ในระดับ 8%

ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นล่าสุดเป็นไปตามที่เราคาด ราคาน้ำมันปรับปัจจุบันอยู่ที่ 80 ดอลลาร์/บาร์เรล หรือคิดเป็นค่าเฉลี่ย YTD ที่ 70 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งยังคงต่ำกว่าประมาณการทั้งปีของเราที่ระดับราคา 85 ดอลลาร์/บาร์เรลในปี 2558

เราได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของเราเป็น 22.00 บาท (จาก 20.50 บาท) บนพื้นฐานตัวคูณในธุรกิจหลักของ BA จาก PBV 0.7 เท่าเป็น 0.8 เท่า ซึ่งสะท้อนถึงกำไรของ BA ที่ดีขึ้นสำหรับประเด็นด้านกรมการบินพลเรือน (DCA) เรายังมองว่าเป็นความเสี่ยงของอุตสาหกรรมที่อาจจะตึง upside ต่อราคาหุ้นของ BA ไว้ในระยะสั้นนี้ แต่ด้วยการที่ BA ชี้แจงว่าบริษัทมีมาตรการตรวจสอบด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติการบิน (IOSA) เราก็คาดว่าจะมีผลกระทบที่จำกัดต่อบริษัท ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ที่เราปรับลดมุมมอง PBV จาก 1 เท่าเป็น 0.7 เท่าก็เนื่องจากมีความกังวลด้านการเตือนจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ต่อ DCA ไทย ทั้งนี้เราจะทบทวนประมาณการมูลค่าของเราอีกครั้ง หลังจากทราบผลจากรายงานของ ICAO ในเดือน มิ.ย. 2558 

ปัจจุบัน BA ซื้อขายที่ PBV ที่ปรับตัวเลขแล้วในระดับที่ต่ำ 0.6 เท่าเทียบอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) ที่ 8% ในปี 2558 (สำหรับธุรกิจหลักของ BA) ทำให้หุ้นมี upside 11% ต่อราคาเป้าหมายใหม่ของเรา ทั้งนี้เราได้ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จาก “ถือ”