วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กรมสรรพากรคาดปีนี้เก็บภาษีพลาดเป้า 1.4 แสนลบ.

"ประสงค์" คาดจัดเก็บรายได้ปีงบประมาณ 58 ต่ำเป้า 140,000 ล้านบาท หลังราคาน้ำมันลด เศรษฐกิจชะลอ เตรียมถกเอกชนเสียภาษีให้ถูกต้อง

นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวภายหลังให้นโยบายเจ้าหน้าที่สรรพากรภาคและสรรพกรพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อชี้แจงช่วงเวลาที่เหลือของการจัดเก็บรายได้กรมสรรพากร ว่า ยอมรับปัญหาราคาน้ำมันลดลงต่อเนื่อง ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวลง ทำให้กรมสรรพากรประเมินการจัดเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2558 อาจจะต่ำกว่าประมาณการโดยเฉพาะภาคธุรกิจน้ำมัน อาจทำให้การจัดเก็บรายได้ส่วนนี้หายไปไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านบาท และรายได้จากนิติบุคคลที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจอีกไม่ต่ำกว่า 40,000 ล้านบาท เท่ากับปีงบประมาณ 2558 กรมฯ จะเก็บภาษีต่ำกว่าประมาณการถึง 140,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ได้กำชับเจ้าหน้าที่ทุกส่วนจะต้องเข้มงวดตรวจสอบการเสียภาษีของภาคธุรกิจอย่างเป็นธรรม ต้องอำนวยความสะดวกและดึงภาคธุรกิจที่เห็นว่ายังเสียภาษีไม่ถูกต้องเข้ามาอยู่ในระบบ เช่น กรมฯ กำลังพิจารณาไม่ว่าโรงเรียนกวดวิชาในห้าง และร้านอาหารขนาดใหญ่ที่ให้บริการในห้างสรรพสินค้า รวมถึงร้านอาหารดัง ๆ ที่ได้รับความนิยมในจังหวัดต่าง ๆ และภาคธุรกิจก่อสร้าง เช่น ธุรกิจปูน หิน ทราย และไม้ ซึ่งกรมฯ เห็นว่าธุรกิจเหล่านี้อาจจะมีการลงบัญชีไม่ถูกต้อง จึงต้องให้เจ้าหน้าที่กรมสรรพากรไปแนะนำและลงบัญชีการเสียภาษี ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะเป็นขยายฐานภาษีแต่ไม่ได้หมายความว่าจะไปตรวจเช็คธุรกิจหล่านี้ย้อนหลัง แต่เพื่อให้การเสียภาษีถูกต้อง

อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า วันที่ 26 พฤษภาคมนี้กรมฯ จะประชุมหารือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และภาคธุรกิจต่างๆ เพื่อแลกเปลี่ยนและขอความร่วมมือภาคธุรกิจให้ดำเนินการการจัดทำบัญชีเป็นไปตามระเบียบของกรมสรรพากร และได้กำชับเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรจะต้องทำงานด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ควรชี้แจงและรับผลประโยชน์และผลตอบแทนใด ๆ ในการอาศัยความเป็นเจ้าหน้าที่ชี้ช่องให้ภาคธุรกิจหลบเลี่ยงการเสียภาษี ในฐานะผู้บังคับบัญชาไม่อยากจะดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร ซึ่งแนวทางการขยายฐานภาษีของกรมสรรพากรครั้งนี้ เพื่อต้องการให้การเสียภาษีของภาคธุรกิจเป็นไปตามระเบียบข้อกฎหมาย และที่สำคัญจะต้องให้บริการประชาชนด้วยความใจเย็น สุขุม ใช้วาจาสุภาพ เพราะขณะนี้พฤติกรรมของข้าราชการที่ให้บริการประชาชนน่าตาไม่ค่อยยิ้มแย้มจะถูกนำลงสื่อโซเชียลมีเดีย ซึ่งจะเป็นผลเสียทั้งระบบ