วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แอร์เอเชียยันไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาICAO

"ธรรศพลฐ์" ยัน "แอร์เอเชีย" ไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหา ICAO มั่นใจกรมการบินพลเรือนปลดล็อกทันเดือน ก.ค.นี้

นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV ผู้ถือหุ้นใหญ่และผู้บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย เปิดเผยว่า สายการบินแอร์เอเชียไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่กรมการบินพลเรือนไทย (บพ.) มีข้อบกพร่องที่มีต่อนัยสำคัญต่อความปลอดภัย (SSC) จากการตรวจสอบมาตรฐานจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ซึ่งขณะนี้มีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการอยู่ที่ บพ. และมีเจ้าหน้าที่แต่ละสายการบินเข้าไปประจำศูนย์ เพื่ออบรมร่วมกับ บพ. ในการตรวจสอบสายการบิน พร้อมมั่นใจว่า บพ.จะสามารถปลดล็อก SSC ทันภายในเดือนกรกฎาคมนี้แน่นอน โดยทางสายการบินแอร์เอเชียมั่นใจว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อเป้าหมายปี 2558 ที่ตั้งไว้ในการขนส่งผู้โดยสารตลอดทั้งปีที่ 14.5 ล้านคน และอัตราขนส่งผู้โดยสารตลอดปีร้อยละ 83

สำหรับไตรมาส 1 ปี 2558 สายการบินไทยแอร์เอเชียมีรายได้ 7,734 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิในส่วนของ AAV จำนวน 506 ล้านบาท มีจำนวนผู้โดยสารประมาณ 3.7 ล้านคน ผู้โดยสารเพิ่มขึ้นร้อยละ 19 อัตราขนส่งผู้โดยสารร้อยละ 83 เพิ่มขึ้น 3 จุดจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งถือว่าผลประกอบการและการเติบโตของ AAV ไตรมาส 1กลับมาอยู่ในเป้าหมายอีกครั้ง ส่วนไตรมาส 2-4 มั่นใจว่าจะไม่ขาดทุน และหากไม่มีเหตุการณ์ทางการเมืองมั่นใจว่าปีนี้น่าจะเป็นปีที่ทำกำไรสูงสุดหลังก่อตั้งบริษัทมา 11 ปี คาดว่าจะสูงถึง 2 เท่าของสถิติล่าสุด (สถิติล่าสุด ปี 2013 กำไรสุทธิ 1900 กว่าล้านบาท) โดยปัจจัยสำคัญ คือ ราคาน้ำมันที่ถูกลงและมีวันหยุดหลายวัน รวมถึงการยกเลิกกฏอัยการศึก ทำให้นักท่องเที่ยวหันมาเที่ยวประเทศไทยอีกครั้ง

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาแม้ทุกภาคส่วนของธุรกิจท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การเมือง แต่สถานการณ์การท่องเที่ยวตอนนี้เริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งทางสายการบินไทยแอร์เอเชียได้มีการรับเครื่องบินแอร์บัส เอ 320 มาประจำฝูงบินเพิ่มอีก 2 ลำ ทำให้ไตรมาส 1 ปี 2558 มีเครื่องบิน 42 ลำ และเพิ่ม 3 เส้นทางบินใหม่ภายในประเทศ คือ ดอนเมือง-น่าน ดอนเมือง-เลย และดอนเมือง-ร้อยเอ็ด เส้นทางละ 2 เที่ยวบินต่อวัน ส่วนไตรมาส 2 ปี 2558 มีแผนจะเปิดเส้นทางดอนเมือง-บุรีรัมย์ และแผนการรับเครื่องบินใหม่เพิ่มอีกจนครบ 45 ลำ ภายในไตรมาส 4 รวมถึงมีแผนที่จะเปิดเส้นทางบินจากท่าอากาศยานอู่ตะเภาสู่ประเทศจีน ใน 10 เมือง 13 เส้นทางบิน ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษา คาดว่าจะเปิดหลังเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป