อัตรากำไรปรับสูงหนุนกำไรตามคาด
กำไรสุทธิ 1Q58 เท่ากับ 76 ล้านบาท
BEAUTY รายงานกำไรสุทธิ 1Q58 เท่ากับ 76 ล้านบาท -27% QoQ เนื่องจากเป็นช่วง Low season แต่เติบโตเด่น 42% YoY ตามคาด (กำไร 1Q58 เป็น 20% ของประมาณการกำไรปี 58) โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากยอดขายสาขาเดิม (SSSG) เติบโตเฉลี่ยสูง 17% จากฐานต่ำในช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดสูงสุดในกลุ่มค้าปลีกที่เราศึกษาประกอบกับ 1 ปีที่ผ่านมา BEAUTY เปิดสาขาใหม่กว่า 50 สาขา (เพิ่มขึ้น 20%) ทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลให้รายได้ขยายตัว 30% YoY เป็น 358 ล้านบาท ทางด้านความสามารถทำกำไรยังอยู่ในระดับสูงตามคาด โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น 21.2% เพิ่มขึ้นจาก 19.5% ใน 1Q57 สาเหตุหลักมาจากการประหยัดขนาด โดยค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้น 23% YoY ถือว่าน้อยกว่าเมื่อเทียบกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น
SSSG จะเติบโตต่อเนื่องเด่นกว่ากลุ่ม
เรามองว่า BEAUTY จะสามารถรักษา SSSG ในระดับสูงได้ใน 2Q58 (ก่อนจะชะลอตัวใน 2H58 จากฐานสูงในปีที่ผ่านมา) โดยยอดขายจะได้รับผลดีจากกลุ่มนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวจีนที่อยู่ในช่วงขยายตัว ประกอบกับกลยุทธ์กระตุ้นยอดขายผ่านการทำตลาดที่มีประสิทธิภาพ และมีความได้เปรียบจากแบรนด์ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจากการสอบถามไปยังผู้บริหารล่าสุด BEAUTY มีฐานลูกค้ารวมทุกแบรนด์ 1.4 ล้านราย หรือเพิ่มขึ้นราว 10% จากปี 57 เช่นเดียวกับอัตราการซื้อซ้ำที่เพิ่มสูงกว่า 50%
แนวโน้ม 2Q58 ยังเติบโตเด่น
แม้กำไรสุทธิ 1Q58 จะเป็นเพียง 20% ของประมาณการกำไรทั้งปี แต่เราคงมุมมองบวกต่อผลประกอบการของ BEAUTY คาดกำไรสุทธิปี 58 จะเติบโต 25% โดยมองผลประกอบการ 2Q58 จะเติบโตต่อเนื่อง ทำให้กำไรสุทธิ 1H58 อยู่ในระดับ 45% ของประมาณการทั้งปี มีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มช่องทางขายใหม่ผ่านทางร้านค้าปลีกอื่น จากการเซ็นสัญญากับ CP Consumer ซึ่งเรามองว่าจะทำให้ยอดขายในกลุ่มของ Consumer product (แบรนด์ Girly Girl และ Made In Nature) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่ยอดขายจากร้านค้าปลีกของตนเอง Beauty buffet จะยังคงเป็นฐานที่แข็งแกร่ง
ระยะสั้นมีประเด็นบวก
แม้เรามองราคาซื้อขายปัจจุบันไม่ถูกและราคาหุ้น BEAUTY ปรับลดลงราว 5% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ถูกกดดันจากผลประกอบการ 1Q58 ที่อ่อนตัวลงตามปัจจัยฤดูกาล อย่างไรก็ตามระยะสั้น BEAUTY มีประเด็นบวกจากการเข้าคำนวณดัชนี MSCI Global Small Cap รวมถึงการแตกพาร์จาก 1.00 บาท เป็น 0.10 บาทในวันนี้ (14 พ.ค.58) เราจึงแนะนำ “เก็งกำไร” โดยเรามองราคาหุ้นในระดับ 3.80 – 4.00 บาท (เทียบเท่า –1SD ของ P/E เฉลี่ย 1 ปี) เป็นระดับที่น่าสนใจในการเข้าลงทุน









