ผันผวนในกรอบ
SET วานนี้ปรับตัวลงแรงหลังจากการเจรจาปัญหาหนี้ระหว่างกรีซกับรัฐมนตรีคลังยูโรโซนยังไม่มีความคืบหน้า อีกทั้งตัวเลข NPL ของธพ.ไทยในส่วนของบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลเพิ่มขึ้นมาก ส่งผลให้ SET ปิดที่ 1,485.72 จุด (-15.58 จุด) Volume 3.6 หมื่นลบ.ทั้งนี้ Foreign Net sell 1,197 ลบ. , Net Short TFEX 9,173 สัญญา
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย
ความกังวลปัญหาหนี้กรีซยังคงเป็นปัจจัยหลักที่กดดันต่อภาวะการลงทุนทั่วโลก โดยล่าสุดรมต.คลังกรีซเผยว่ากรีซอาจเผชิญวิกฤตสภาพคล่องในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า (ปลายเดือนพ.ค.กรีซต้องจ่ายเงินเดือนและบำนาญราว 2,500 ล้านยูโร) จึงคาดว่ากรีซอาจผิดนัดชำระหนี้และออกจากสมาชิกยูโรโซน ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อภาพรวมการลงทุนตลาดหุ้นไทย อย่างไรก็ตามปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันดิบวานนี้ที่ +1.5 ดอลลาร์ ปิดที่ 60.75 ดอลลาร์/บาร์เรล เป็นแรงหนุนต่อหุ้นกลุ่มพลังงานและช่วยค้ำดัชนีไม่ให้ย่อตัวลงแรง ดังนั้นประเมินว่า SET จะแกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1,475 – 1,500 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
SET มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ 1,475 – 1,500 จุด จึงให้รอจังหวะเข้าซื้อเล่นรีบาวด์ช่วงอ่อนตัว โดย Selective หุ้นที่คาดว่างบQ1/58 จะเติบโต เช่น TASCO SMT BCP เก็งกำไรหุ้นกลุ่มพลังงานจากราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้น เช่น PTT PTTEP TOP BCP
MSCI รอบกลางปี
MSCI Global Standard ไม่มีการปรับหุ้น
MSCI Global Small Cap ปรับเข้า: BA, BEAUTY, CBG, EPG, IMPACT, IFEC, MTLS, PLANB, PTG, SIM, SCN, TSE, UNIQ, WORK ปรับออก: JAMART, TPIPL
MSCI Global Micro Cap ไม่มีการปรับหุ้น
มีผลในช่วงปิดตลาดของวันที่ 29 พ.ค.58
หุ้นแนะนำพิเศษ
PTTEP ราคาปิด 115.50 บาท ราคาพื้นฐาน 126 บาท
- คาดกำไรสุทธิปี 2558 = 2.9 หมื่นลบ. (+8.4% YoY) จากกำลังการผลิตใหม่ Hess Thailand , Zawtika ในพม่า และ Montara ในออสเตรเลีย
- P/BV ที่ 1.12 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มพลังงาน พร้อม Div 4 %
- ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นยืนเหนือ 60 US/Barrel ได้อีกครั้ง
หุ้นเด่นรายวัน
- THAI (ราคาปิด 12.80 ซื้อเก็งกำไร) โชว์ผลงานโค้งแรก Q1/2558 พลิกกำไรแรง หลังรัดเข็มขัดกู้วิกฤติลดต้นทุน จากการยกเลิกเส้นทางกรุงเทพฯ-โจฮันเนสเบิร์ก, กรุงเทพฯ-มอสโก และภูเก็ต-โซล ควบคู่ไปกับการปรับแบบเครื่องบินให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด แถมรับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้น – น้ำมันลด
เทคนีค:ราคาฟื้นตัวยืนขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 20วันพร้อมทั้งมีปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นทำให้มีโอกาสสร้าง V-shape รับ 12.5 / 12.0 ต้าน 13.7 / 14.5 Cut Loss 11.4
- BANPU (ราคาปิด 28.25 บาท ซื้อเมื่ออ่อนตัว ราคาเป้า 35.60) รายงานกำไรสุทธิออกมาที่ 69 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 5% QoQ ลดลง 96% YoY กำไรขั้นต้นปรับตัวลงตามราคาขายถ่านหินที่ปรับตัวลงแม้ว่าทาง BANPU จะสามารถลดต้นทุนการผลิตถ่านหินลงได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้มีขาดทุนจากอนุพันธ์ทางการเงินจำนวน 11 ล้านดอลลาร์และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 10 ล้านดอลลาร์กดดันต่อผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 2 ปริมาณขายถ่านหินอาจปรับตัวลงเนื่องจากจะมีการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ Long wall ในออสเตรเลีย และมีการซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า BLCP หน่วยผลิตที่ 2 กำลังการผลิต 600 MW ในเดือน พ.ค. ส่งผลให้กำไรในไตรมาส 2 อาจไม่ต่ำกว่าที่ทางเราได้คาดไว้ จึงปรับคำแนะนำจาก “ซื้อ” เหลือเพียง “ซื้อเมื่ออ่อนตัว”
- SPALI (ราคาปิด 21.4 ซื้อ เป้าหมาย 32) แจ้ง 1Q58 มีกำไรสุทธิ 909 ล้านบาท เติบโต 22%YoY แต่ลดลง 51%QoQ จากระดับสูงสุดรายไตรมาสของปี 57
- LH (ราคาปิด 10.20 ซื้อ เป้าหมาย 13) แจ้งกำไรสุทธิ 1Q58 เท่ากับ 1,345 ล้านบาทลดลง 5%YoY และ 59%QoQ






