วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

IVL - ซื้อ

ปรับเป็น “ซื้อ” หลังราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบ

ความเสี่ยงลดลง หนุนกำไร 2Q58 เติบโตต่อเนื่อง

เราประเมินว่าแนวโน้มธุรกิจของ IVL ใน 2Q58จะสดใสจากเข้าช่วง High Season โดยคาดว่ายอดขายผลิตภัณฑ์รวมยังคงได้ประโยชน์จากการขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา IVL จะเริ่มรับรู้รายได้จากโรงงาน Polyplex ในตุรกีเต็มไตรมาสและอีก 3 โครงการที่จะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่เดือน พ.ค. ได้แก่ โครงการ Bangkok Polyester PET โครงการ Performance Fibers ในประเทศจีน และโครงการ CEPSA PTA ในแคนาดา ทำให้เราคาดว่าIVL จะมียอดขายใน 2Q58 ไม่น้อยกว่า 1.7 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 6%QoQ นอกจากนี้เราคาดว่าIVL จะไม่มี Stock Loss เหมือน 1Q58 ที่รับรู้ผลขาดทุนกว่า 1.4 พันล้านบาท จากการฟื้นตัวของราคาน้ำมันเป็นปัจจัยหนุนระดับราคาผลิตภัณฑ์ ทำให้ให้ความเสี่ยงดังกล่าวลดลงเป็นปัจจัยหนุนผลประกอบการ 2Q58 ฟื้นตัว

ปรับประมาณการปี 2558 เพิ่ม

เราปรับประมาณการกำไรสุทธิของ IVL ในปี 2558 เพิ่มจากประมาณการเดิม 18%เป็น 4.9 พันล้านบาท เพื่อสะท้อนการฟื้นตัวของกำไรปกติ 1Q58 ที่ดีกว่าคาด จากอัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่ม HVA ที่ดีกว่าคาดแม้IVL จะประกาศกำไรสุทธิ 1Q58 เพียง 249 ล้านบาท แต่ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้ Stock Loss ที่มากถึง 1.4 พันล้านบาท ซึ่งหากไม่รวมรายการดังกล่าวบริษัทจะมีกำไรปกติที่สูงถึง 1.7 พันล้านบาท

ตั้งเป้าหมายยอดขายในปี 2558 เติบโต 36%

IVL ยังคงเป้าหมายยอดขายรวมในปี 2558 ที่ 8.5 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 36%YoY จากการเข้าซื้อกิจการอย่างต่อเนื่องรวมไปถึงโครงการใหม่อีก 3 โครงการที่จะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ 2Q58 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตามประมาณการและมูลค่าที่เหมาะสมของ IVL ยังมีโอกาสปรับเพิ่มจากแผนการเข้าซื้อกิจการ โดยเฉพาะในช่วง 2H58 โดยบริษัทยังคงมุ่งเน้นขยายธุรกิจ HVA ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูง ขณะที่ระยะยาว IVL ยังคงแผนขยายกำลังผลิตและเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 10 ล้านตัน ภายในปี 2561

ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ”

เราปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จากเดิมที่แนะนำ “ขาย” หลังจากที่ราคาหุ้น IVL ลงมาสะท้อนความเสี่ยงจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว และธุรกิจ PTA ที่ยังคงมี Spread Margin ที่อ่อนแอ อย่างไรก็ตามราคาหุ้นที่ปรับลดลงกว่า 11% ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ประกอบกับแนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q58 ยังคงเติบโตต่อเนื่อง เพิ่มความน่าสนใจในการลงทุน ด้านมูลค่าที่เหมาะสมเราปรับเพิ่มจาก 26 บาท เป็น 27 บาท (DCF, WACC ที่ 11.7%) สะท้อนการปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2558