วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทยออยล์คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมัน 11-15 พ.ค. 58

ราคาน้ำมันดิบได้รับแรงหนุนอย่างต่อเนื่อง จากความไม่สงบในตะวันออกกลาง และการผลิตน้ำมันของสหรัฐที่ลดลง

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 55 - 60 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 62 - 68 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (11 – 15 พ.ค. 58)

ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้ยังคงมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น จากสถานการณ์การประท้วงในลิเบีย และความไม่สงบในเยเมนที่ยังยืดเยื้ออย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากการที่อิหร่านอาจจะปรับเพิ่มปริมาณการผลิตหากได้รับยกเลิกการคว่ำบาตร และอุปสงค์น้ำมันดิบที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลงในช่วงไตรมาส 2 นี้ หลังโรงกลั่นน้ำมันทั่วโลกเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น ในขณะที่ตลาดต้องจับตาอัตราการปรับลดของจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐ และการเจรจาระหว่างกรีซและกลุ่มเจ้าหนี้ยูโรโซนที่จะจัดขึ้นในสัปดาห์นี้ ซึ่งหากกรีซสามารถบรรลุข้อตกลงกับกลุ่มเจ้าหนี้ได้ ก็จะทำให้กรีซได้รับการช่วยเหลือทางการเงินรอบใหม่

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:

- ตลาดยังมีความกังวลต่ออุปทานน้ำมันดิบที่อาจจะตึงตัวมากขึ้นจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้ออย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกลุ่มผู้ประท้วงในประเทศลิเบียได้ทำการปิดท่อขนส่งน้ำมันดิบที่ลำเลียงไปยังท่าเรือ Zueitina ทำให้การดำเนินงานบริเวณท่าเรือต้องหยุดชะงักลง ส่งผลให้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียลดลงมาอยู่ระดับต่ำกว่า 500,000 บาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้การสู้รบระหว่างซาอุดิอาระเบียกับกลุ่มกบฏฮูธิในเยเมนก็ยังไม่มีทีท่าที่จะยุติลงได้ แม้ว่าเยเมนจะไม่ใช่ผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่ แต่จากสถาการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลว่าปัญหาอาจจะบานปลายและส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันดิบในภูมิภาคได้

- จับตาการเจรจาระหว่างกรีซและกลุ่มเจ้าหนี้ยูโรโซนที่จะเกิดขึ้นในวันจันทร์ที่ 11 พ.ค. 58 นี้ ว่ากรีซจะสามารถบรรลุข้อตกลงกับกลุ่มเจ้าหนี้ได้หรือไม่ ซึ่งหากบรรลุข้อตกลงได้จะทำให้กรีซได้รับความช่วยเหลือทางการเงินรอบใหม่ ทั้งนี้ ในวันที่ 12 พ.ค. 58 นี้ กรีซมีกำหนดชำระหนี้มูลค่า 750 ล้านยูโร ให้กับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ซึ่งตลาดยังคงมีความกังวลอยู่ว่ากรีซจะเผชิญกับภาวะขาดแคลนเงินสดและไม่สามารถชำระหนี้ได้ อย่างไรก็ดี ล่าสุดธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB ได้อนุมัติให้มีการเพิ่มเพดานเงินช่วยเหลือฉุกเฉิน หรือ Emergency Liquidity Assistance (ELA) ให้แก่ธนาคารของกรีซอีกเป็น 7.89 หมื่นล้านยูโร จากระดับเดิมที่ 7.69 หมื่นล้านยูโร

- จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐ ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด Baker Huges เปิดเผยข้อมูลจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐ สิ้นสุดวันที่ 1 พ.ค. ปรับลดลง 24 แท่น เหลือเพียง 679 แท่น อย่างไรก็ดี การลดลงของจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐ ปรับลดลงน้อยที่สุดนับตั้งแต่ช่วงต้นเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งการปรับลดลงของจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในอัตราที่ช้าลง อาจส่งสัญญาณว่าการลดลงของแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบอาจจะสิ้นสุดลงในเร็วๆ นี้ หลังจากก่อนหน้านี้ ได้ปรับลดลงกว่าร้อยละ 60 ในเดือน มี.ค. 58 จากระดับที่สูงที่สุดในเดือน มิ.ย. 57

- อิหร่านเผยว่า หากอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์กับชาติมหาอำนาจทั้งหกได้ ซึ่งมีกำหนดเส้นตายวันที่ 30 มิ.ย. 58 นี้ อิหร่านตัดสินใจจะเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันดิบมากขึ้น เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาอิหร่านได้ลดกำลังการผลิตลงไปกว่า 60% โดยรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของอิหร่านกล่าวว่าอิหร่านต้องการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดน้ำมันดิบโลก

- อุปสงค์น้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวลดลงในช่วงไตรมาส 2 นี้ หลังโรงกลั่นน้ำมันทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชีย เข้าสู่ฤดูกาลปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาน้ำมันดิบในช่วงนี้

- ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดค้าปลีก จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และจีดีพี ไตรมาส1/2558 ของยูโรโซน ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และยอดค้าปลีกของจีน

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (4 – 8 พ.ค. 58)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลง 0.21 ดอลลาร์สหรัฐ ปิดที่ 58.94 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง 0.92 ดอลลาร์สหรัฐ ปิดที่ 65.54 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล    

ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 66 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยได้รับหนุนหลัง EIA รายงานตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ที่ปรับตัวลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.ย. 57 ประกอบกับความกังวลว่าอุปทานน้ำมันจะตึงตัวหลังจากความไม่สงบทางการเมืองในประเทศเยเมนที่ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะคลี่คลาย อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงมีความกังวลต่อเนื่องเกี่ยวกับอุปทานล้นตลาดหลังกลุ่มประเทศโอเปคไม่มีทีท่าที่จะปรับลดกาลังการผลิตภายในการประชุมช่วงเดือน มิ.ย. ที่จะมาถึง 


                                                     -----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999