คาดกำไรปี 58 อยู่ที่ 3.2 พันล้านเติบโต 21% YoY
ประเด็นการลงทุน
- คาดกำไรสุทธิปี 58 ปรับตัวดีขึ้นจากปี 57 : ทางฝ่ายวิจัยบล.โกลเบล็กคาดว่าในปี 58 BANPU จะมีกำไรสุทธิ 3,231 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 21% YoY จากกำลังการผลิตถ่านที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีกำลังการผลิตถ่านรวม 48.7 ล้านตันเพิ่มขึ้น 6.7% YoY ในขณะที่ราคาขายถ่านหินของ BANPU ปรับตัวขึ้นเช่นกันจากการผสมถ่านหินระหว่างเหมืองที่อินโดนีเซียและเหมืองที่ออสเตรเลียทำให้ถ่านหินที่ได้มีคุณภาพสูงขึ้น ในขณะที่ต้นทุนการผลิตถ่านหินของเหมืองออสเตรเลียและอินโดนีเซียปรับตัวลดลง เนื่องจากมีการติดตั้ง Long Wall ในออสเตรเลีย และใช้เทคโนโลยีที่ดีขึ้นในอินโดนีเซีย ทำให้ไม่ต้องเปิดหน้าดินมากเหมือนในอดีตส่งผลให้ต้นทุนการผลิตปรับตัวลง ปัจจุบันต้นทุนการผลิตที่ออสเตรเลียอยู่ที่ 49 ดอลลาร์ต่อตันลดลง 5.8% YoY และต้นทุนการผลิตที่อินโดนีเซียอยู่ที่ 59 ดอลลาร์ต่อตันลดลง 9.2% YoY ซึ่งต้นทุนการผลิตปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องตามนโยบายลดต้นทุนของทาง BANPU นอกจากนี้ยังมีรายได้เพิ่มขึ้นจากโรงไฟฟ้าหงสา ประเทศลาวที่จะสามารถดำเดินงานเฟส 1 ได้ในช่วงกลางปีนี้และ เฟส 2 ในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้
- ปี 58 โรงไฟฟ้าหงสาเฟส 1 และ 2 เริ่มผลิตไฟฟ้าส่งผลให้กำลังการผลิตไฟฟ้ารวมอยู่ที่ 1,398 MW: ปัจจุบัน BANPU มีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนเจ้าของอยู่ที่ 918 MW โดยมีการทำธุรกิจโรงไฟฟ้าในประเทศจีนและไทย ในปีนี้จะมีกำลังการผลิตใหม่เข้าสู่ระบบเพิ่มเติมจากโรงไฟฟ้าหงสาที่ประเทศลาวซึ่งมีกำลังการผลิต 1,800 MW (BANPU ถือหุ้น 40%) จะแล้วเสร็จในส่วน เฟส 1 และเฟส 2 ในช่วงกลางปี และเดือนพฤศจิกายนตามลำดับ ส่งผลให้ BANPU จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มอีก 480 MW และมีกำลังการผลิตรวม 1,398 MWในปี 58 และในปี 59 จะมีกำลังการผลิตรวมเพิ่มขึ้นสู่ 1,638 MW เนื่องจากโรงไฟฟ้าหงสาเฟส 3 จะแล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ปี 59 โดยทางฝ่ายวิจัยคาดว่าโรงไฟฟ้าหงสาจะช่วยหนุนกำไรให้แก่ BANPU อย่างน้อย 1,000 ล้านบาทต่อปีหากโรงไฟฟ้าหงสาสามารถดำเนินการผลิตไฟฟ้าได้เต็มปีซึ่งจะเป็นตัวหนุนต่อกำไรให้มีเสถียรภาพในระยะยาว
- แผนงานในอนาคตขยายกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง : ภายในปี 60 มีแผนขยายกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าในประเทศจีนอีก 583 MW และมีแผนขยายกำลังการผลิตโรงไฟฟ้า BLCP อีก 1,000 MW ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนต่อกำไรของทางบริษัทให้มีการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพในระยะ 3 ปีต่อจากนี้
- แนะนำ “ซื้อ” โดยมีราคาเป้าหมายปี 58 ที่ 35.60 บาท : ผลประกอบการที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นใน1Q/58 จากนโยบายลดต้นทุนและราคาถ่านหินที่เริ่มทรงตัว ในขณะที่ครึ่งปีหลังจะมีการรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าหงสาที่จะแล้วเสร็จเฟส 1 และ 2 ในช่วงกลางปีและปลายปีตามลำดับ ขณะที่ในปี 59 กำไรมีแนวโน้มเติบโตจากการรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าหงสาเกือบเต็มปี ทางฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าเหมาะสมของ BANPU ด้วยวิธี PBV Ratio โดยอิง Prospective PBV ที่ 1.3 เท่าจะได้ราคาเหมาะสมในปีนี้ที่ 35.60 บาท คำแนะนำ “ซื้อ” จากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งในระยะยาวและราคาเหมาะสมสูงกว่าราคาปิด









