SET แกว่งตัวกรอบแคบ
SET View
- แนวโน้มวันนี้เป็นกลาง มองกรอบเคลื่อนไหว 1511 – 1530 จุด
SET มีโอกาสแกว่งตัวออกด้านข้าง อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 2 ปียังคงปรับลงต่อเนื่องมาที่ 1.9% ระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี บ่งบอกถึงสภาพคล่องทางการเงินในประเทศยังอยู่ระดับสูง และนักลงทุนต่างชาติและสถาบันกลับมาซื้อสุทธิพร้อมกันอีกครั้งราว 700 ล้านบาทจะช่วยผ่อนคลายบรรยากาศการลงทุน ขณะที่ปริมาณซื้อขายที่เบาบางลงเหลือเพียง 3.5 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าระดับปกติที่ 5 หมื่นล้านบาทและใกล้เคียงระดับต่ำสุดที่เกิดขึ้นช่วงต้นปี บ่งบอกว่าแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มนำตลาดเริ่มลดลง จึงควรเห็นการรีบาวน์ในระยะสั้น โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มพลังงาน ที่ได้อานิสงค์จากราคาน้ำมันดิบ Brent เริ่มทรงตัวแถว US$54 บาร์เรล และกลุ่มสื่อสาร-ธนาคารขนาดใหญ่ที่มีประเด็นการจ่ายเงินปันผลรออยู่ (กลุ่มสื่อสารขนาดใหญ่ ขึ้น XD สัปดาห์หน้า ตามด้วยกลุ่มธนาคารขึ้น XD ในช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือนเม.ย.) แต่แรงขายทำกำไรในหุ้นขนาดกลางและเล็กที่ดำรงต่อเนื่องในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาจะกดดันจิตวิทยาการลงทุนของนักลงทุนรายย่อย การรีบาวน์จะจำกัดและมีโอกาสพลิกผันได้ทุกเมื่อ ทางเทคนิค การเคลื่อนไหวของ SET ใต้เส้นค่าเฉลี่ย 10 วันบริเวณ 1530 จุด ยังแสดงถึงการพักฐาน เพิ่มโอกาสปรับลดมาทดสอบจุดต่ำสุดเดิมบริเวณ 1511 จุด
- กลยุทธ์การลงทุน ระยะ 1-2 วัน ชะลอการลงทุน หรือรักความเสี่ยงเน้นรอซื้ออ่อนตัวเพื่อลุ้นรีบาวน์ให้กลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันบริเวณ 1530 จุด หากปิดบริเวณนี้ได้จะเกิดสัญญาณซื้อทางเทคนิคระยะสั้น แนะนำถือครองหุ้นไปรอขายวันถัดไป
Top Daily Pick: AP (ยอดขายม.ค.-ก.พ.เติบโตโดดเด่นกว่ากลุ่ม บ่งบอกการฟื้นตัวอย่างชัดเจน ให้อัตราผลตอบแทนปันผลระหว่างกาลราว 3.7% ขึ้น XD 7 พ.ค. จะจำกัด downside) /INTUCH (ผลประกอบการปี 58 จะกลับมาเติบโตโดดเด่นจากทั้ง ADVANC และ THCOM และอัตราผลตอบแทนปันผลจูงใจกว่า 6% จะจำกัด downside)
Technical Pick : DEMCO VTE MINT AOT SCB
Theme Play: PLAT (เข้ามาซื้อขายเป็นวันแรกด้วยราคา IPO ที่ 7.4 บาท หรือ 47xP/E’57 สะท้อนความคาดหวังเชิงบวกต่อการเติบโตก้าวกระโดดในอนาคต ราคาหุ้นจะแกว่งตัวแรง) /กลุ่มสื่อสาร (ADVANC INTUCH) ผลประกอบการฟื้นตัวต่อเนื่องปี 58 ปันผลจูงใจราว 5-6% ต่อปี /กลุ่มนำตลาด Laggard Play (PTT PTTEP TUF CPF PTTGC DTAC CPALL CPN) /กลุ่มธนาคาร (BBL KBANK KTB SCB) และพัฒนาที่อยู่อาศัย (AP) จิตวิทยาเชิงบวกจากการปรับลดดอกเบี้ยของกนง. /หุ้นแนะนำเดือนมี.ค. (AP BANPU ICHI SNC THCOM)
- รายงานวันนี้
Update : กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (น้ำหนักการลงทุน “เท่าตลาด”) ยอดที่อยู่อาศัยจดทะเบียนเดือน ม.ค. เทียบกับรายปีทำได้ดี
Strategy Talk
- นัยการปรับลดคาดการณ์ GDP ของธปท.ต่อตลาดหุ้นไทย
• ในการแถลงการณ์รายงานนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อสัปดาห์ก่อน มีนัยสำคัญพอสรุปได้คือ (1) ปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 58 จาก 4.0% ลงมาที่ 3.8% สะท้อนเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาดจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและยูโร, อุปสงค์ในประเทศอ่อนแรงกว่าที่คาด และการใช้จ่ายภาครัฐมีแนวโน้มล่าช้ากว่าที่คาดโดยเฉพาะงบลงทุนการข้อกำกัดด้านประสิทธิภาพการเบิกจ่าย รวมถึงราคาน้ำมันในตลาดโลกต่ำกว่าที่คาด (2) ปรับลดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 58 จาก 1.2% ลงมาที่ 0.2% ต่ำกว่าระดับเป้าหมายที่ 1.0-4.0% จากราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศต่ำกว่าคาด โดยมีแนวโน้มกลับเข้าใกล้เป้าหมายในปี 59 แต่ยังคงอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานตรมประมาณการเดิมที่ 1.2% (บ่งบอกว่ายังไม่เกิดภาวะเงินฝืด)
• เราเชื่อว่าประมาณการ GDP ปี 58 มีความเสี่ยงต่อการถูกปรับลดลงในแถลงการณ์ครั้งต่อไปราวเดือนมิ.ย. ด้วยสาเหตุหลักจากความอ่อนแอของภาคส่งออก ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนต่อ GDP ถึงราว 60-70% ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับภูมิภาค เรายังไม่เห็นการฟื้นตัวของภาคส่งออกที่จะมาหนุนการฟื้นตัวของ GDP โดยเดือนม.ค.ส่งออกกลับติดลบถึง 3.5%YoY ทั้งที่ส่งออกเดือนม.ค. 57 เป็นเดือนที่มูลค่าส่งออกเกือบต่ำสุดของปี ขณะที่เดือนก.พ.มีแนวโน้มที่ติดลบต่อเนื่อง เราเชื่อว่าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน มากกว่าเรื่องการชะลอตัวของการค้าโลก สังเกตจากการผลิตภาคอุตสาหกรรมของไทยตั้งแต่ปี 55 เป็นต้นมามีแนวโน้มถดถอยลงสวนทางกับประเทศส่งออกหลักอาทิ เกาหลีใต้ ไต้หวันและมาเลเซียที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
• ในเชิงกลยุทธ์การประกาศตัวเลขส่งออกเดือนก.พ. ที่คาดจะประกาศในสัปดาห์นี้ หากคงติดลบระดับใกล้เคียงเดือนม.ค. (-3.5%) จะกดดันจิตวิทยาการลงทุนในระยะสั้น และจะนำไปสู่การปรับลดมุมมองต่อประมาณการ GDP รวมถึงกำไรบริษัทจดทะเบียนในระยะต่อไป นักลงทุนระยะสั้นจึงควรระวังความผันผวนช่วงการประกาศตัวเลขส่งออกเดือนก.พ. รวมถึงของเดือนถัดๆไป ขณะที่นักลงทุนระยะกลางควรรอให้ SET ปรับลดลงสะท้อนความคาดหวังต่อการปรับลดประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียนลงมาสะท้อนความเป็นจริงมากขึ้น โดยเรามองจุดเข้าสะสมหุ้นอีกครั้งที่บริเวณ 1445 จุดลงมา ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นราวเดือนพ.ค.ที่มีการประกาศงบ 1Q58 เรียบร้อยแล้ว
ความสัมพันธ์ระหว่างการเติบโตของภาคส่งออกกับ GDP ของไทย






