วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ICHI - ขาย

ประมาณการณ์กำไรอาจมี downside risk

ประเด็นการลงทุน

หลังจากเราร่วมฟัง Opportunity Day ของ ICHI และ OISHI เรายังคงมีมุมมองเชิงลบต่อตลาดชาพร้อมดื่ม เนื่องจาก 1.) การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดกับ OISHI ซึ่งมาพร้อมแผนการตลาดที่ดุเดือน ยังคงกดดัน gross margin และ selling expense มีแนวโน้มสูงกว่าคาด 2.) ราคาหุ้นปัจจุบันเทรดบน PE 22.5x บนประมาณการกำไรของเรา และ บน PE 21.7x ของ Bloomberg Consensus ซึ่งเรามองว่ายังคงแพงเกินไปเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในช่วง super cycle ที่ 24.6x เนื่องจากประมาณการกำไรของเราและ consensus ยังมี

downside risk

สำหรับแนวโน้ม 1H15 ผลประกอบการของ ICHI มีแนวโน้มเติบโตตามปัจจัยฤดูกาล ซึ่งอาจหนุนราคาหุ้นในระยะสั้น แต่เรามองว่าเป็นโอกาสในการ “ขาย” หุ้น ในมุมมองของเรา เราชอบ CBG มากกว่าในแง่ของการเติบโตที่สูง โดย CBG เทรดที่ PEG 0.57 เท่า เทียบกับ ICHI ที่ 1.10 เท่า

สายการผลิตใหม่ เป็นตามตารางเดิม ...

โดยรวมเรามองว่าบริษัทยังไม่มีประเด็นใหม่ที่น่าจับตา สายการผลิต (Cold Aseptic Filling) ใหม่ที่จะเสร็จในช่วงเดือนเมษายนนี้ยังเป็นไปตาตารางเดิม ซึ่งกำลังการผลิตในปีนี้จะเป็น 1,100 ล้านขวดก (จาก 1,000 ล้านขวดในปี 2014) ซึ่งบริษัทจะลดสัดส่วนการจ้างผลิต (OEM) ลงและคาดว่าจะช่วยอัตรากำไรขั้นต้นได้ อย่างไรก็ดีเราได้รวมประเด็นบวกดังกล่าวไว้ในประมาณการของเราแล้ว คาดในปีนี้ยอดขายจะได้รับปัจจัยหนุนจากยอดขายไบเล่ ที่พึ่งออกจำหน่ายเมื่อไม่นานมานี้ที่ราว 600 ล้านบาท ส่งผลให้รายได้มีแนวโน้มเติบโตได้ เป็น 7,500 ล้านบาท (+21% YoY) สำหรับการไปตลาดอินโดฯ เรามองว่ายังไม่น่าสนใจเนื่องจากยังไม่ก่อให้เกิด upside ต่อกำไรอย่างมีสาระสำคัญในปี 2015 นี้

... แต่อาจไม่ได้ช่วยหนุนมาร์จิ้น

เรายังคงมีมุมมองเชิงลบต่อตลาดชาพร้อมดื่มโดยรวม เนื่องจาก OISHI เองได้มีการเพิ่มกำลังการผลิต (Cold Aseptic Filling) ในปีที่ผ่านมาและปีนี้ รวมมี 3 สายการผลิต ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตของ OISHI อย่างมีนัยยะสำคัญ ส่งผลให้ OISHI มีมาร์จิ้นเหลือพอให้แข่งขันด้านราคาได้มากขึ้น และในปีนี้ OISHI มาพร้อมกับงบค่าใช้จ่าในการขายที่สูงถึง 15% ของยอดขาย ซึ่งเรามองว่าจะส่งผลให้เกิดการแข่งขันลด-แลก-แจก-แถม ที่รุนแรงในตลาด และอาจส่งผลให้ ICHI ถูกบีบให้ร่วมกิจกรรมการตลาดซึ่งมีแนวโน้มกดดันมาร์จิ้น

ประมาณการกำไรอาจมี downside risk

เรามองว่าการแข่งขันในตลาดชาพร้อมดื่มนั้น ยังมีแนวโน้มรุนแรงเนื่อง โดยมองว่ายังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันความสามารถในการทำกำไรของบริษัท เพราะอัตรากำไรขั้นต้นที่อยู่ในระดับต่ำจากการลดราคาสินค้า ค่าใช้จ่ายในการขายที่สูง เช่น แจกเบนซ์ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการขายอาจสูงกว่าที่เราคาดที่ 12% เนื่องจากบริษัทตั้งเป้าใช้จ่าย 12%-14% นอกจากนี้บริษัทได้ให้แนวทาง net margin ดูสะท้อนความเป็นจริงมากขึ้นที่ 16% (จากเดิม 14%) แต่เรามองว่าประมาณการของเรายังมี downside risk อีก 7% เนื่องจาก เราใช้สมมติฐาน net margin ที่ 17%