เฟดชี้จังหวะขึ้นดอกเบี้ย ตามภาวะศก. 'ที่เกิดขึ้นจริง-ใกล้เป้าหมาย'
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เอฟโอเอ็มซี) แถลงการณ์หลังการประชุมในวันที่ 17-18 มี.ค. โดยมีรายละเอียดดังนี้
ข้อมูลที่ได้รับมานับตั้งแต่เอฟโอเอ็มซีจัดการประชุมในเดือนม.ค.บ่งชี้ว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวลงมาบ้าง ขณะที่สถานการณ์ในตลาดแรงงานปรับตัวดีขึ้นต่อไป โดยการจ้างงานเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง และอัตราการว่างงานลดน้อยลง
ทั้งนี้ สัญญาณหลายตัวในตลาดแรงงานบ่งชี้ว่า การใช้งานทรัพยากรแรงงานในระดับที่ต่ำเกินไปยังคงบรรเทาลงต่อไป ขณะที่ปริมาณการจับจ่ายใช้สอยในภาคครัวเรือนปรับตัวขึ้นปานกลาง โดยการร่วงลงของราคาพลังงานในระยะนี้ได้ช่วยเพิ่มกำลังซื้อของภาคครัวเรือน
ทางด้านการลงทุนทางธุรกิจในสินทรัพย์คงที่เพิ่มขึ้น ส่วนการฟื้นตัวในภาคที่อยู่อาศัยยังคงดำเนินไปอย่างเชื่องช้า และการเติบโตในภาคส่งออกปรับตัวอ่อนแอลง
ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อร่วงต่ำลงไปอีกในระดับที่อยู่ใต้เป้าหมายระยะยาวของเอฟโอเอ็มซี ในช่วงที่ผ่านมาโดยมีสาเหตุส่วนใหญ่มาจากการร่วงลงของราคาพลังงาน ทางด้านมาตรวัดภาวะเงินเฟ้อด้านค่าตอบแทนในตลาดยังคงอยู่ในระดับต่ำ ส่วนมาตรวัดการคาดการณ์ภาวะเงินเฟ้อในระยะยาวตามผลสำรวจยังคงอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพ
เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจที่ได้รับมอบตามกฎหมายนั้น เอฟโอเอ็มซีมีความต้องการที่จะส่งเสริมภาวะการจ้างงานสูงสุด และเสถียรภาพด้านราคา โดยเอฟโอเอ็มซีคาดการณ์ว่าการผ่อนคลายนโยบายในระดับที่เหมาะสมจะช่วยให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจขยายตัวในอัตราปานกลาง ในขณะที่สัญญาณบ่งชี้ในตลาดแรงงานยังคงปรับตัวเข้าใกล้ระดับที่เอฟโอเอ็มซีมองว่าสอดคล้องกับเป้าหมายทั้งสองประการดังกล่าว
นอกจากนี้ เอฟโอเอ็มซี ยังมองว่า ความเสี่ยงที่มีต่อแนวโน้มกิจกรรมทางเศรษฐกิจและตลาดแรงงานอยู่ในภาวะใกล้จุดสมดุล และเอฟโอเอ็มซี คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ใกล้จุดต่ำสุดของช่วงนี้ในระยะใกล้ แต่อัตราเงินเฟ้อจะปรับตัวขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปสู่ระดับใกล้ 2 % ในระยะกลาง ในขณะที่ตลาดแรงงานปรับตัวดีขึ้นต่อไป และผลกระทบชั่วคราวจากการร่วงลงของราคาพลังงานและจากปัจจัยอื่นๆจางหายไป โดยเอฟโอเอ็มซี ยังคงจับตามองความเปลี่ยนแปลงด้านภาวะเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด
เพื่อเป็นการสนับสนุนความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องที่จะนำไปสู่ภาวะการจ้างงานสูงสุดและเสถียรภาพด้านราคา เอฟโอเอ็มซี จึงได้ยืนยันในวันนี้ต่อความเห็นของเอฟโอเอ็มซี ที่ว่า กรอบเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ 0-0.25% ในปัจจุบัน จะยังคงเป็นสิ่งที่เหมาะสมต่อไป และในการตัดสินว่า เอฟโอเอ็มซี จะตรึงกรอบเป้าหมายนี้เป็นเวลานานเพียงใดนั้น เอฟโอเอ็มซี จะพิจารณาความคืบหน้าทั้งที่เกิดขึ้นจริงและที่คาดการณ์ในการเข้าใกล้เป้าหมายการจ้างงานสูงสุด และอัตราเงินเฟ้อที่ 2% โดยการประเมินนี้จะพิจารณาจากข้อมูลในวงกว้าง ซึ่งรวมถึงมาตรวัดสำหรับสถานการณ์ในตลาดแรงงาน,สัญญาณบ่งชี้ถึงแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และการคาดการณ์เงินเฟ้อ รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางการเงินและการเปลี่ยนแปลงในต่างประเทศ
ทั้งนี้ เอฟโอเอ็มซี ตัดสินว่า การปรับขึ้นกรอบเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นยังคงเป็นสิ่งที่ไม่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นในการประชุม เอฟโอเอ็มซี เดือนเม.ย. และสิ่งนี้สอดคล้องกับแถลงการณ์ครั้งก่อนโดย เอฟโอเอ็มซี คาดว่า การปรับขึ้นกรอบเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นจะเป็นสิ่งที่เหมาะสม เมื่อเอฟโอเอ็มซี ได้เห็นว่าตลาดแรงงานปรับตัวดีขึ้นต่อไป และ เมื่อ เอฟโอเอ็มซี มีความเชื่อมั่นอย่างสมเหตุสมผลว่า อัตราเงินเฟ้อจะเคลื่อนกลับเข้าสู่ระดับเป้าหมายที่ 2% ในระยะกลาง
ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนสัญญาณชี้นำล่วงหน้าในครั้งนี้ไม่ได้เป็นการบ่งชี้ว่าเอฟโอเอ็มซี ได้ตัดสินใจไปแล้วในเรื่องกำหนดเวลาในการเริ่มต้นปรับขึ้นกรอบเป้าหมาย
เอฟโอเอ็มซี จะดำเนินนโยบายเดิมต่อไปในการนำเงินต้นที่ได้รับจากการถือครองตราสารหนี้ของหน่วยงานที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐ (agency) และหลักทรัพย์ที่ได้รับการค้ำประกันจากสัญญาจำนองของ agency มาลงทุนใหม่ในหลักทรัพย์ที่ได้รับการค้ำประกันจากสัญญาจำนองของ agency และจะต่ออายุพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ครบกำหนดไถ่ถอนในการประมูล โดยการที่ เอฟโอเอ็มซี ยังคงถือครองหลักทรัพย์ระยะยาวจำนวนมากต่อไป น่าจะช่วยให้สถานการณ์ทางการเงินอยู่ในภาวะผ่อนคลายต่อไป
เมื่อใดก็ตามที่ เอฟโอเอ็มซี ตัดสินใจเริ่มต้นยกเลิกนโยบายแบบผ่อนคลาย ทางเอฟโอเอ็มซี ก็จะใช้วิธีการที่มีความสมดุลและสอดคล้องกับเป้าหมายในระยะยาวในการส่งเสริมภาวะการจ้างงานสูงสุด และทำให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2%
ปัจจุบันนี้ เอฟโอเอ็มซี คาดการณ์ว่า ถึงแม้การจ้างงานและภาวะเงินเฟ้ออยู่ใกล้ระดับที่สอดคล้องกับเป้าหมาย แต่สถานการณ์ทางเศรษฐกิจก็อาจจะสนับสนุนให้มีการตรึงเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเป็นเวลาระยะหนึ่งไว้ในระดับที่ต่ำกว่าที่เอฟโอเอ็มซีมองว่าเป็นระดับปกติในระยะยาว
ทั้งนี้ กรรมการเอฟโอเอ็มซีที่ลงคะแนนเสียงเห็นชอบต่อการดำเนินนโยบายการเงินในครั้งนี้เป็น “เอกฉันท์”
...
‘เยลเลน’ส่งสัญญาณไม่รีบขึ้นดบ.
นักวิเคราะห์คาดลากยาวถึงก.ย.
ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ยุติการใช้คำว่า “ความอดทน” ในแถลงการณ์เฟดซึ่งถือเป็นการปูทางไปสู่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2549 อย่างไรก็ดีเฟดได้ปรับลดการคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ และส่งสัญญาณว่า เฟดไม่มีความรีบร้อนที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับปกติการที่เฟดตัดคำว่า “ความอดทน” ออกจากแถลงการณ์เฟดในครั้งนี้เท่ากับเป็นการเพิ่มโอกาสในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า
อย่างไรก็ดี เฟดแสดงความเห็นอย่างระมัดระวังมากยิ่งขึ้นต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ เจ้าหน้าที่เฟดได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นของสหรัฐลงสู่ 0.625%
สำหรับช่วงสิ้นปี 2558 จากระดับ 1.125% ที่เคยคาดการณ์ไว้ในเดือนธ.ค. 2557 โดยตัวเลขคาดการณ์นี้มีชื่อเรียกว่า “dot plot”
การปรับลดตัวเลขคาดการณ์นี้และการที่เฟดแสดงความกังวลทางเศรษฐกิจในด้านอื่นๆ ถือเป็นการส่งสัญญาณแบบสายพิราบในระดับที่มากเกินคาด และส่งผลให้นักลงทุนคาดการณ์กันว่า เฟดอาจจะเริ่มต้นปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ แทนที่จะเป็นเดือนมิ.ย.
นางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดกล่าวว่า “การที่เราตัดคำว่า ‘ความอดทน’ ออกไปจากแถลงการณ์ ไม่ได้หมายความว่า เราจะไม่มีความอดทน”
นางเยลเลนกล่าวเสริมว่า “ฉันขอกล่าวย้ำอีกครั้งว่า การที่เฟดปรับเปลี่ยนสัญญาณชี้นำล่วงหน้าในวันพุธนี้ ไม่ควรได้รับการตีความว่าเป็นการบ่งชี้ว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบาย ของเฟดได้ตัดสินใจเรื่องกำหนดเวลาในการเริ่มต้นปรับขึ้นกรอบเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไปแล้ว”
“การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้หมายความว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย.อย่างแน่นอน อย่างไรก็ดี เราไม่สามารถตัดโอกาสในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย.”นางเยลเลนกล่าว
ตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งขึ้นหลังจากเฟดออกแถลงการณ์ ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพ.ค.ที่ตลาดกรุงลอนดอนทะยานขึ้น 2.40 ดอลลาร์ หรือ 4.5 % สู่ 55.91
ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงท้ายตลาดวานนี้ ขณะที่ดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินดิ่งลงกว่า 2 % ในระหว่างช่วงการซื้อขายวานนี้
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐประเภทอายุ 10 ปีดิ่งลงแตะ 1.906% ในระหว่างช่วงการซื้อขายวันพุธ จาก 2.059% ในช่วงท้ายวันอังคาร โดยเป็นการร่วงผ่านระดับ 2% ลงไปเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค.
ในรายงานคาดการณ์เศรษฐกิจรายไตรมาส เฟดได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อประจำปี 2558 และปรับลดตัวเลขคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐลงด้วย โดยแถลงการณ์เฟดได้ย้ำถึงความกังวลที่ว่า อัตราเงินเฟ้ออยู่ต่ำกว่าระดับที่คาดการณ์ไว้ โดยได้รับแรงกดดันจากการดิ่งลงของราคาพลังงาน
นายเคร็ก ดิสมูเค หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของบริษัทไวนิง สปาร์คส์กล่าวว่า“ผมไม่คาดว่าราคาสินค้าหรือค่าจ้างแรงงานจะพุ่งสูงขึ้น ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้น้อยที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย. ในขณะที่เดือนก.ย.เป็นเดือนที่มีแนวโน้มสูงสุดที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรก โดยเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 1-2 ครั้งในปีนี้”
เฟดตั้งข้อสังเกตว่า ยังคงไม่มีแนวโน้มที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนเม.ย. และการเปลี่ยนแปลงการชี้แนะเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยไม่ได้หมายความว่าเฟดได้ตัดสินใจไปแล้วเกี่ยวกับกำหนดเวลาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
อย่างไรก็ดี แถลงการณ์เฟดได้เพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่เฟดในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงต่อไปในปีนี้ โดยแถลงการณ์เฟดย้ำว่า การตัดสินใจใดๆในเรื่องนี้จะขึ้นอยู่กับตัวเลขเศรษฐกิจในอนาคต
นายแจน แฮทซิอุส นักเศรษฐศาสตร์ของบริษัทโกลด์แมน แซคส์ระบุว่า แถลงการณ์เฟดและรายงานคาดการณ์ของเฟดบ่งชี้ว่า เฟดมีแนวโน้มที่จะเริ่มต้นปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. มากกว่าในเดือนมิ.ย. โดยดูได้จากความเปลี่ยนแปลงใน dot plot และการเปลี่ยนแปลงในการประเมินภาพเศรษฐกิจสหรัฐ









