วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

SET INDEX ลงสู่แนว 1,530 จุด

สรุปสภาวะตลาดสหรัฐและยุโรป (12 - 18 มี.ค. 2558) :

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐฯและยุโรปปรับตัวขึ้น โดย DJIA +2.5%, CAC ฝรั่งเศส +0.7%, DAX +1.0% และFTSE +3.3% หลังเฟดส่งสัญญาณว่าจะยังไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แม้ว่าจะยกเลิกการใช้คำว่า “อดทน” ในแถลงการณ์แล้วก็ตาม โดยนักลงทุนคาดว่าด้วยตัวเลขเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจะทำให้เฟดยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือน เม.ย. 

สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (12 - 18 มี.ค. 2558) : สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้น 8.7% ทำระดับสูงสุดใหม่นับตั้งแต่ปี 2551 เป็นสัปดาห์ของการเก็งกำไรต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม หลังนาย Li Keqiang ยืนยันที่จะเข้าแทรกแซง หากเศรษฐกิจเติบโตช้าเกินไป นอกจากนี้เมื่อจีนรายงานตัวเลขบ้านเดือน ก.พ.ออกมาลดลง และต่ำกว่าคาดการณ์ ทำให้เกิดแรงเก็งกำไรว่าทางการอาจลด Down-Payment Ratio สำหรับบ้านหลังที่ 2

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (12 - 18 มี.ค. 2558) : SET INDEX ปรับตัวลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา ภาพรวมยังขาดปัจจัยใหม่เข้าหนุนการลงทุน อีกทั้งนักลงทุนส่วนใหญ่รอดูผลการประชุมเฟด เพื่อประเมินทิศทางการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่หุ้นหลักกลุ่ม ICT ขยับขึ้นเด่น ประคองตลาด ปิดที่ระดับ 1,531.50 จุด ลดลง 12.34 จุด หรือ -0.80% ณ วันที่ 18 มี.ค.

สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (20 - 26 มี.ค. 2558) : MBKET คงน้ำหนักการลงทุนเป็น “กลาง” ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 2 แม้ว่า SET INDEX จะกลับมาแกว่งยืนเหนือ 1,520 จุดได้อีกครั้งในสัปดาห์นี้ บวกกับ เฟดตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยต่ำต่อไปในการประชุมครั้งหน้า เดือนเม.ย.เป็นอย่างน้อย ก็ตาม แต่ Upside ที่จำกัด 1,550-1,570 จุด ยังไม่น่าจะผ่านในสัปดาห์หน้านี้ แม้ว่าจะมีปัจจัยที่สนับสนุนการฟื้นตัว ไม่ว่าจะเป็น

- การทำ Window Dressing ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมี.ค.

- จับตาเม็ดเงินทุนจากต่างชาติ มีแนวโน้มเข้ามาทยอยสะสมหุ้นหลักของไทย เพื่อเก็งกำไรปันผลรอบสั้น

แต่ปัจจัยที่จำกัด Upside ของตลาดหุ้นไทย ได้แก่

- ผลของการปรับดัชนี FTSE ณ ราคาปิดวันที่ 20 มี.ค. โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถอดหุ้น BAY ออกจากการคำนวณในรอบนี้

- ความคืบหน้าต่อการเจรจาระหว่าง กรีซ และ เจ้าหนี้ Troika อาจมีแรงกดดันบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกเพิ่มขึ้น หากกรีซ ยังคงยืนยันในแนวทางการปฎิรูปการคลัง และเศรษฐกิจของตนเอง

ดังนั้น เชิงกลยุทธ์การลงทุน เราแนะนำ “ขึ้นแรงขาย/ลงแรงซื้อ” เช่นเดิม เน้นการลงทุนเป็นหุ้นรายตัวมากกว่ามองภาพรวมของ SET INDEX ที่แกว่งในกรอบระหว่าง 1,520-1,550/70 จุด

ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า ได้แก่

1. ติดตามการประชุม ครม. วันที่ 24 มี.ค. และ ครม.เศรษฐกิจในวันที่ 25 มี.ค. อาจมีการติดตามความคืบหน้า การลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐบาลที่ยังไม่คืบหน้า

2. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจต่างประเทศที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิต - บริการของอียู, อัตราเงินเฟ้อ อังกฤษ, ยอดขายบ้านมือสอง / อัตราเงินเฟ้อ / คำสั่งซื้อสินค้าคงทน ของสหรัฐ, ดัชนี HSBC PMI ภาคการผลิตของจีน

                                                 ------------------------------------------------------
ที่มา...บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ