ปี 58 กำไรเติบโตเด่นกว่ากลุ่ม
โครงการหงสาหนุนกำไรปี 58 – 59
กำไรปกติปี 2558 จะปรับเพิ่ม 14%YoYซึ่งนอกจากกำลังผลิตจากโรงไฟฟ้า SPP Cogenและ Biomass (สงขลา) จะเริ่มดำเนินการผลิตแล้ว Highlight สำคัญที่มีนัยต่อกำไรปี 2558 อยู่ที่การเริ่มดำเนินการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าหงสา (RATCH 40%) จะทยอยเริ่มดำเนินการผลิต โดยโครงการหงสามีกำหนดผลิตไฟฟ้าในเดือน มิ.ย. และ พ.ย. สำหรับหน่วยที่ 1 และ 2 รวม 500 เมกะวัตต์ (ตามส่วนการถือหุ้น) ขณะที่หน่วยที่ 3 (250 เกมะวัตต์ ตามส่วนการถือหุ้น) จะเริ่มผลิตไฟฟ้า ก.พ. 59 โดยเราประเมินว่าสัดส่วนกำไรจากโรงไฟฟ้าหงสา จะคิดเป็น 10% สำหรับปี 2558 และเพิ่มขึ้นในปี 2559 เมื่อเริ่มเดินเครื่องครบทั้ง 3 หน่วยตั้งแต่ต้นปี ซึ่งจะทำให้กำไรสุทธิปี 2559 เติบโต 24%YoY
แนวโน้มกำไร 1Q58 ฟื้นตัว
เราคาดว่ากำไรสุทธิ 1Q58 จะกลับมาฟื้นตัว จาก Low Season ใน 4Q57 ที่มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าต่ำตามสภาพอากาศที่เริ่มเย็น อีกทั้งยังมีการหยุดซ่อมเครื่องผลิตไฟฟ้าตามแผนหลายหน่วย ทำให้รายได้ค่าความพร้อมจ่าย 4Q57 ลดลง อีกทั้งยังไม่มีการรับรู้ด้อยค่าโรงไฟฟ้าพลังงานลม (ออสเตรเลีย) เหมือนใน 4Q57 ที่รับรู้รายการดังกล่าวกว่า 500 ล้านบาท ด้านกำลังผลิตไฟฟ้ารวมจะเพิ่มขึ้นจากโครงการ SPP (RW Cogen) ซึ่งเริ่มดำเนินการผลิตไฟฟ้าหน่วยที่ 1 ในช่วง 4Q57 และหน่วยที่ 2 เริ่มเดินเครื่อง 1 มี.ค. โดยโรงไฟฟ้าดังกล่าวมีสัญญาขายไฟฟ้ากับ EGAT หน่วยละ 90 เมกะวัตต์ ที่เหลือขายให้กับลูกค้าอุตสาหกรรม เป็นปัจจัยหนุนการฟื้นตัวของผลประกอบการ
มีแนวโน้มจ่ายเงินปันผลเพิ่ม
จากผลประกอบการที่มีแนวโน้มเติบโต ทำให้เราคาดหมายจะเห็นการจ่ายเงินปันผลเพิ่ม โดยเฉพาะเมื่อเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการงสาเต็มทั้ง 3 หน่วยในปี 2559 เราคาดว่าในปี 2558 บริษัทจะยังสามารถจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่า 2.27 บาทต่อหุ้น เท่ากับปี 2557 ที่ผ่านมา หากเทียบกับราคาปิดล่าสุดยังให้อัตราผลตอบแทน (Div. Yld.) อยู่ที่ 3.7% ขณะที่ปี 2559 เราคาดว่าบริษัทจะสามารถจ่ายเงินปันผลเพิ่มเป็น 2.5 บาทต่อหุ้น (Div. Yld. 4.1%) ตามแนวโน้มผลประกอบการที่ปรับเพิ่ม
ยังคงแนะนำ “ซื้อ” เช่นเดิม
เราแนะนำ “ซื้อ” จากแนวโน้มผลประกอบการปี 2558 ที่เติบโตเด่นกว่ากลุ่ม รวมทั้งความน่าสนใจจากเงินปันผล โดยเรายังคงมูลค่าเหมาะสมของ RATCH ไว้ที่ 68 บาท (DCF, G2% WACC ที่ 8.3%) ยังให้ผลตอบแทนรวม 15%









