วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

กฟผ.เร่งจ่ายเงินชดเชย'แม่เมาะ'

กฟผ.เร่งดำเนินการตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีโรงไฟฟ้าแม่เมาะ สามารถจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้เร็วกว่าที่ศาลกำหนด 60 วัน

นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ตามที่ศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำพิพากษาในคดีโรงไฟฟ้าแม่เมาะให้ กฟผ. จ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ฟ้องคดีโรงไฟฟ้าแม่เมาะ 123 ราย และให้ชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของเงินต้น โดยให้ กฟผ. ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา ซึ่งภายหลังรับทราบคำพิพากษา กฟผ. ได้เร่งดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาล โดยขอให้สำนักงานศาลปกครองเชียงใหม่ คำนวณค่าสินไหมทดแทนพร้อมดอกเบี้ย เนื่องจากผู้ฟ้องคดีแต่ละรายได้รับค่าสินไหมทดแทนแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ได้เข้ามาอาศัยในพื้นที่ และจะสามารถจ่ายเงินได้ในวันที่ 13 มีนาคม นี้

จากการคำนวณค่าสินไหมทดแทนของสำนักงานศาลปกครองเชียงใหม่สรุปเป็นเงินต้น จำนวน 26,432,400 บาท และดอกเบี้ยจนถึงวันชำระ คือ วันที่ 13 มีนาคม 2558 จำนวน 22,998,887.62 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 49,431,287.62 บาท โดย กฟผ. จะนำแคชเชียร์เช็คไปวางต่อสำนักงานศาลปกครองเชียงใหม่ ในวันที่ 13 มีนาคม 2558 จากนั้นสำนักงานศาลปกครองเชียงใหม่จะแจ้งให้ผู้ฟ้องคดีมารับค่าสินไหมทดแทนต่อไป

ทั้งนี้ ค่าสินไหมทดแทนคำนวณตามคำสั่งศาลนี้เป็นค่าทดแทนในกรณีที่ กฟผ. ปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์เกินค่ามาตรฐาน ซึ่งเกิดขึ้นเป็นบางครั้ง ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2535 ถึงเดือนสิงหาคม 2541 โดยตั้งแต่เกิดปัญหาขึ้น กฟผ. ได้ติดตั้งระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และมลภาวะอื่น ๆ รวมทั้งระบบตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ครบถ้วนแล้ว และศาลฯชี้ว่า

ตั้งแต่กันยายน 2541 ถึงปัจจุบัน กฟผ. ไม่มีการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์เกินค่ามาตรฐานอีก เช่นเดียวกับปัญหาฝุ่นละอองที่อยู่ในการฟ้องร้องด้วยนั้น ศาลฯ มีความเห็นว่า โรงไฟฟ้าแม่เมาะไม่เป็นสาเหตุแห่งการเจ็บป่วย จึงอยากให้ราษฎรแม่เมาะและประชาชนมั่นใจว่า คุณภาพสิ่งแวดล้อมของโรงไฟฟ้าแม่เมาะปลอดภัยต่อชุมชน