คาดกำไรปี 58 ฟื้นตัวแรงกว่าคู่แข่ง และราคาหุ้นยังไม่แพง
หุ้นดี มีปัจจัยบวกสนับสนุน
เราเริ่มต้นคำแนะนำการลงทุนสำหรับหุ้น SAMTEL ด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” โดยประเมินราคาเหมาะสมปี 58 ไว้ที่ 28.00 บาท (อิง P/E 18.5 เท่า) เนื่องจาก 1) อยู่ในอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มฟื้นตัวสูง เพราะคาดว่าหน่วยงานรัฐที่เป็นลูกค้าหลักของกลุ่ม จะมีการจัดซื้อจัดจ้างมากขึ้น หลังการเมืองคลี่คลาย 2) คาดกำไรปี 58 จะเติบโต 32% YoYเด่นกว่าคู่แข่ง 3) ฐานะการเงินเข้มแข็งขึ้น ตามฐานกำไรที่ขยายตัว จึงคาดหมายปันผลสำหรับปี 58 ที่อัตรา 3.2%ซึ่งถือว่าจูงใจ 4) คาดได้รับผลบวกจากนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล ของรัฐบาล และ 5) ราคาหุ้นยังถูกกว่าคู่แข่ง เพราะปัจจุบัน หุ้น SAMTEL ซื้อขายที่ PEG 0.52 เท่า ขณะที่ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจคล้ายกัน และมีหน่วยงานภาครัฐเป็นลูกค้าหลัก เช่นเดียวกับบริษัท อย่าง AIT และ LOXLEY มีการซื้อขายที่ PEG 1.25 เท่า และ 1.61 เท่า ตามลำดับ
การเมืองคลี่คลาย ภาครัฐเร่งจัดซื้อจัดจ้าง หนุนอุตสาหกรรมฟื้นตัวได้แรงในปี 58
เราเชื่อว่าในปี 58 นี้ ธุรกิจให้บริการติดตั้งโครงข่ายโทรคมนาคมและระบบสารสนเทศจะฟื้นตัวได้ดี หลังชะลอตัวในปี 57 เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เพราะจากการศึกษาข้อมูลย้อนหลัง 10 ปี พบว่าในปีที่การเมืองไม่นิ่ง (ปี 50 ปี 53 และปี 55) ส่งผลให้ภาครัฐชะลอการจัดซื้อจัดจ้าง และกดดันให้รายได้ของ SAMTEL AITและ LOXLEY(ผู้ประกอบการที่ให้บริการกับหน่วยงานรัฐเป็นหลัก) ลดลงรุนแรง แต่ในปีถัดไปรายได้ของกลุ่มสามารถฟื้นตัวแรงในอัตรา 20% 53% และ 19% ในปี 51 ปี 54 และปี 56ตามลำดับหลังการเมืองคลี่คลาย
กำไรปี 58 จะโตโดดเด่นเหนือคู่แข่ง
แม้กำไรปี 57 จะลดลง 17% YoYเหลือ 704 ล้านบาท แต่คาดจะฟื้นตัวได้อย่างโดดเด่นในปี 58 จาก 1) มีงานในมือที่มีแล้ว 6.9 พันล้านบาท ซึ่งคาดจะสามารถบันทึกเป็นรายได้ในปี 58 ได้ราว 3 พันล้านบาท หรือ 43%ของงานที่มีอยู่ และ 2) งานใหม่ๆที่บริษัทตั้งเป้าจะเข้าประมูลในปี 58 มูลค่ารวมราว 1.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดบริษัทมีโอกาสสูงที่จะชนะประมูล เพราะงานส่วนใหญ่เป็นงานของลูกค้าเก่าอยู่แล้ว โดยคาดว่าจะได้งานราว 1.2 หมื่นล้านบาท และจะสามารถส่งมอบงานบางส่วนและบันทึกเป็นรายได้ในปี 58 ได้ราว 6.6 พันล้านบาท ส่วนที่เหลือจะบันทึกเป็นรายได้ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า โดยคาดจะมีกำไรเติบโต 32% YoY เหนือกว่าคู่แข่งอย่าง AIT และ LOXLEY ที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะมีกำไรปี 58 โตเพียง 9% YoYและ 15% YoYตามลำดับ
นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลเป็นปัจจัยบวก ขณะที่มีปัจจัยเสี่ยงหากการเมืองไม่สงบ
นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาล เป็นปัจจัยบวกต่ออุตสาหกรรม รวมทั้ง SAMTEL เพราะคาดว่าหน่วยงานรัฐที่ดำเนินธุรกิจด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะ บมจ. ทีโอที (TOT) จะต้องขยายโครงข่ายโทรคมนาคมให้ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อรองรับนโยบายดังกล่าว โดยหากTOT มีการเปิดประมูลงานวางระบบเพิ่มคาดว่า SAMTEL จะเป็นหนึ่งในผู้ที่ชนะประมูล เพราะ TOT เป็นลูกค้าเดิมของบริษัทอยู่แล้ว ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงของบริษัทจะเกิดจากภาครัฐที่ชะลอโครงการต่างๆไปในช่วงการเมืองไม่สงบ ซึ่งขณะนี้คลี่คลายลงแล้ว








