วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market Focus

SET ยังคงมองหาแนวรับ

SET View

- แนวโน้มวันนี้เป็นลบ มองกรอบเคลื่อนไหว 1,520 – 1540 จุด

SET การปรับฐานของตลาดเมื่อวานยังเป็นไปตามทิศทางของตลาดภูมิภาคที่ส่วนใหญ่ปรับตัวลงจากความวิตกว่าเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเร็วกว่าคาด ขณะที่ SET ปรับตัวลงถึง 28 จุด (-1.8%) จากการขายสุทธิของนักลงทุนสถาบันและพอร์ตบริษัทหลักทรัพย์รวมกันกว่า 4.4 พันล้านบาทส่วนหนึ่งมาจากความวิตกว่าอาจไม่มีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมกนง.ในวันนี้ หลังนายกฯออกมาให้ความเห็นในเชิงคัดค้าน เราจึงมองเป็นกลางต่อการประชุมกนง.ในวันนี้ วันนี้ SET ยังถูกกดดันจากปัจจัยด้านจิตวิทยาทั้ง (1) ดัชนีดาวโจนส์ที่ปรับลง 332 จุด (-1.8%) พร้อมกับดัชนีความกลัว (VIX Index) ปรับขึ้นมาที่ระดับ 16% จากระดับปกติที่ 13% บ่งบอกว่าความวิตกโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดยังไม่จางหายจากตลาดภูมิภาค (2) ราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ปรับลงมาแถว US$56 ต่อบาร์เรล ต่ำกว่าระดับจิตวิทยาที่ US$60 จะกดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน (3) การขึ้น XD ของหุ้นราว 16 ตัวรวมถึงการทบทวนประมาณการกำไรปี 58 ของนักวิเคราะห์หลังการประกาศงบปี 57 เสร็จสิ้น ทางเทคนิค SET อยู่ระหว่างการปรับฐานโดยมีแนวรับถัดไปบริเวณ 1520 จุดเว้นแต่จะกลับมาปิดเหนือ 1540 จุดอีกครั้งจะเป็นสัญญาณการรีบาวน์ ติดตามผลการประชุมกนง.ในช่วงบ่ายของวันนี้ หากมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยจะ surprise ตลาด และ SET จะมีโอกาสรีบาวน์ขึ้นไปทดสอบ 1540 จุดอีกครั้ง โดยคาดว่ากลุ่มธนาคารและอสังหาฯจะนำการรีบาวน์

- กลยุทธ์การลงทุน ระยะ 1-2 วัน ชะลอการลงทุน หรือเสี่ยงซื้อหาก SET ปรับลงมาแถว 1520 จุดหรือต่ำกว่าเพื่อไปรอขายช่วงรีบาวน์

  Top Daily Pick: SNC (คาดผลประกอบการ 1Q58-2Q58 เติบโตต่อเนื่องจากปัจจัยฤดูกาล) /AAV (รายได้เฉลี่ยต่อหน่วยเริ่มฟื้นตัวใน 4Q57 และจะฟื้นต่อเนื่องใน 1Q57 จากปัจจัยฤดูกาล รวมถึงได้ประโยชน์จากต้นทุนเชื้อเพลิงที่ลดลง)

  Technical Pick : SALEE CBG HYDRO ADVANC AP

  Theme Play: กลุ่มสายการบิน (AAV NOK) ได้ประโยชน์จากปัจจัยฤดูกาลและตุ้นทุนเชื้อเพลิงมีแนวโน้มปรับตัวลง /กลุ่มอาหาร (GFPT CPF) ราคาหุ้นสะท้อนความวิตกต่ออุปทานส่วนเกินในไก่ไปแล้ว เงินบาทที่มีทิศทางอ่อนค่าเทียบสกุลดอลลาร์สหรัฐเป็นปัจจัยบวกด้านจิตวิทยา /กลุ่มเครื่องดื่ม-เครือข่ายร้านอาหาร (CBG ICHI SAPPE M) ได้ประโยชน์จากกำลังซื้อเริ่มฟื้นตัว /กลุ่มธนาคาร (BBL KBANK KTB SCB) และพัฒนาที่อยู่อาศัย (AP SPALI) ได้ประโยชน์หากมีการปรับลดดอกเบี้ย /กลุ่มสื่อสาร (ADVANC DTAC INTUCH THCOM) ราคาหุ้นสะท้อนข่าวเลื่อนประมูล 4 G ไปแล้ว /หุ้นแนะนำเดือนมี.ค. (AP BANPU ICHI SNC THCOM)

- รายงานวันนี้

Update : EGCO (ซื้อ / มูลค่าเหมาะสม 177 บาท) ยังคงโดดเด่นกว่ากลุ่ม
Initial Coverage : PLANB (เก็งกำไร / มูลค่าเหมาะสม 4.79 บาท) ดาวรุ่งผู้ให้บริการสื่อโฆษณานอกบ้าน


Strategy Talk

- กลุ่มโรงกลั่นกลับมาน่าสนใจในระยะสั้น

• แม้ฝ่ายวิจัย kktrade เชื่อว่าราคาน้ำมันได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในเดือนม.ค. ที่ Brent แถว US$45 ต่อบาร์เรล แต่การรีบาวน์กลับขึ้นมาแถว US$62 ในปลายก.พ. หรือปรับขึ้นมาเกือบ 40% ถือว่าแรงและรวดเร็วเกินไป เมื่อพิจารณาภาวะอุปทานส่วนเกินที่ยังเป็นปัจจัยกดดัน โดยเฉพาะสต็อกน้ำมันสหรัฐยังมีการเก็บสำรองไว้สูงมาก และการที่ประเทศลิเบียจะสามารถกลับมาส่งออกน้ำมันได้อีกครั้งหลังชะงักตอนเกิดปัญหาความรุนแรงภายในประเทศและการปิดท่าเรือ จะเป็นปัจจัยหนุนอุปทานตลาดโลก ทำให้เชื่อว่าทิศทางราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงใต้ US$60 ได้ในระยะสั้น ไม่สนับสนุนการเก็งกำไรหุ้นกลุ่มพลังงานโดยรวม

• อย่างไรก็ในเชิงกลยุทธ์เราให้น้ำหนักกับกลุ่มโรงกลั่น มองว่าเป็นโอกาสเข้าเก็งกำไรหุ้นกลุ่มนี้ในช่วงก่อนประกาศผลประกอบการ 1Q58 จาก (1) ความเสี่ยงทางด้าน Stock-loss ของธุรกิจโรงกลั่นจะจำกัด โดยรับรู้ผลกระทบส่วนใหญ่ไปใน 4Q57 แล้ว (2) ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบผลักดันให้ส่วนต่างราคาระหว่างน้ำมันสำเร็จรูปกว้างขึ้น กล่าวคือค่าการกลั่น (GRM) ได้ปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบ 5 ปีซึ่งจะหนุนกำไรของธุรกิจโรงกลั่นให้ดีเป็นพิเศษใน 1Q58 นี้ก่อนจะเข้าฤดูกาลต่ำใน 2Q58 พร้อมกับเป็นจังหวะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดโลกเดินกำลังการกลั่นใหม่อีกกว่า 1.2 หมื่นล้านบาร์เรลต่อวัน

• โดยหุ้นโรงกลั่นที่อยู่ใน kktrade coverage เราพบว่าหุ้นที่ยังมี Upside จากมูลค่าเหมาะสม และมีปัจจัยบวกเฉพาะตัวจะเป็น PTTGC (เก็งกำไร/มูลค่าที่เหมาะสม 62 บาท) และ BCP (เก็งกำไร/มูลค่าที่เหมาะสม 36 บาท) ซึ่งเป็นหุ้น top pick กลุ่มโรงกลั่นของฝ่ายวิจัย kktrade ส่วนในทางกลยุทธ์ เราชอบ BCP มากที่สุดเพราะนอกจากธุรกิจหลักโรงกลั่นจะมีแรงหนุนแล้ว หลังหมดประเด็นด้านค่าการกลั่นจะยังมีธุรกิจอื่นที่น่าสนใจอีกด้วย มองว่า (1) ธุรกิจปั้มน้ำมันได้ประโยชน์ทางด้านปริมาณการขายหลังราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับลดลง (2) แม้ความชัดเจนการเข้ามาของกลุ่มทุนใหม่เลื่อนลางลง แต่ยังคงมุมมองที่เราคาดว่าบางจากมีโอกาสปลดล็อคมูลค่าแฝงจากการนำบริษัทลูก บางจากโซลาร์เอ็นเนอร์ยี มาเข้าตลาด ซึ่งเราประเมินมูลค่าอย่างอนุรักษ์นิยมจากจำนวนเมกะวัตต์ปัจจุบัน คาดว่าบริษัทลูกมีมูลค่าถึง 1 ใน 4 ของมูลค่าตลาดของบางจากปัจจุบัน ขณะที่ราคาหุ้นของบริษัทพลังงานทางเลือกมักสะท้อนไปไกลถึงโอกาสขยายจำนวนเมกะวัตต์ในอนาคต