บริษัทจดทะเบียนงัดกลยุทธ์ซื้อกิจการสร้างการเติบโต เดินหน้าประกาศแผนซื้อกิจการ-ควบรวม ทั้งในและตปท. จ่อปิดดีลภายในครึ่งปีแรก 5 ราย
สำรวจบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์ พบว่าบริษัทจดทะเบียนมีแผนการเข้าซื้อกิจการในปี 2558 เพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ โดยมีทั้งการซื้อกิจการบริษัทในประเทศ และบริษัทในต่างประเทศ โดยเฉพาะในอาเซียน ประกอบด้วย บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล รีเสริช คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) IRCP ระบุว่ากำลังการเจรจาเข้าซื้อธุรกิจพลังงานทดแทนน้ำมันเตา และการเข้าซื้อธุรกิจโทรคมนาคม คาดว่าจะเซ็นสัญญาร่วมทุนได้ภายในไตรมาส 2/2558
ซึ่งหากบริษัทสามารถดำเนินงานได้ตามแผนที่ตั้งไว้จะส่งผลให้รายได้ของบริษัทเติบโตได้เต็มที่ภายในปีนี้อย่างแน่นอน
บริษัท เจมาร์ท จำกัด (มหาชน) JMART อยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อเข้าซื้อกิจการ 2 บริษัท ประกอบด้วยธุรกิจสินค้า
อิเล็กทรอนิกส์ และธุรกิจที่จะเข้ามาช่วยสนับสนุนธุรกิจของบริษัทและบริษัทลูก คาดว่าจะสามารถสรุปดีลได้ทั้งหมดในช่วงกลางเดือนมี.ค.2558 มูลค่าการเข้าซื้อประมาณ 500-600 ล้านบาท แหล่งเงินทุนมาจากการเพิ่มทุนในครั้งที่ผ่านมา
บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) UAC มีนโยบายในการทำ M&A โดยจะพิจารณาจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องในเรื่องของพลังงาน เพื่อให้บริษัทมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาควบรวมอีกมากกว่าหนึ่ง 1 บริษัท หนึ่งในนั้นเป็นผู้ดำเนินธุรกิจพลังงานทดแทน คาดว่าจะได้ข้อสรุปในปลายไตรมาส 1/2558 หรือต้นไตรมาส 2/2558
บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) GL อยู่ระหว่างมองหาโอกาสในการซื้อกิจการทั้งในและต่างประเทศในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ปัจจุบันมีการเจรจาอยู่ 2-3 ราย ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปอย่างน้อย 1 แห่งในไตรมาส 1/2558
บริษัท ซีออยล์ จำกัด (มหาชน) SEAOIL จะประกาศแผนการเข้าซื้อกิจการที่ชัดเจนเรื่องการซื้อกิจการธุรกิจขุดเจาะและสำรวจน้ำมันและแผนการลงทุนธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจน้ำมันในช่วงต้นเดือนเม.ย.2558 รวมทั้งแหล่งเงินลงทุน เบื้องต้นบริษัทคาดว่าจะใช้งบลงทุนปีนี้มากกว่า 100 ล้านบาท
นางสาวนีรชา ปานบุญห้อม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีออยล์ จำกัด(มหาชน) SEAOIL กล่าวว่า การเข้าซื้อกิจการก็เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญให้กับบริษัท โดยธุรกิจด้านพลังงาน การลงทุนโครงการกรีนฟิลด์จะใช้เวลาหลายปีในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน แต่การเข้าซื้อกิจการจะทำให้บริษัทรับรู้รายได้เร็วขึ้น
สำหรับบริษัทอาศัยการดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายน้ำมันทางทะเล ทำให้มองเห็นโอกาสการเข้าทำธุรกิจขุดเจาะ ซึ่งเป็นธุรกิจต้นน้ำมากกว่าธุรกิจเดิมที่เป็นผู้ค้าน้ำมัน การรุกสู่ธุรกิจต้นน้ำช่วยลดความเสี่ยงจากกรพึ่งพารายได้จากการขายน้ำมัน ซึ่งผันผวนตามราคาน้ำมันในตลาดโลก
รวมทั้งบริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น (SAMART) วางกลยุทธ์สร้างรายได้มากกว่า 1 แสนล้านบาทใน 5 ปี ด้วยการซื้อกิจการ เพราะจะต่อยอดการทำธุรกิจได้เร็วขึ้น รวมถึงได้บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจที่บริษัทสนใจ แต่อาจไม่มีความถนัด เช่น พลังงาน เป็นต้น ซึ่งปีนี้น่าจะเห็นข้อสรุปอย่างน้อย 1 บริษัท ขณะนี้บริษัทในกลุ่มกำลังเดินหน้าเจรจาอยู่
นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า กลยุทธ์เข้าซื้อกิจการเพื่อสร้างการเติบโตให้กับบริษัทเกิดขึ้นในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นการสร้างการเติบโตที่รวดเร็วกว่าการลงทุนกรีนฟิลด์ ในส่วนของจังหวะเวลาในช่วงนี้ อาจไม่มีนัยสำคัญกับการตัดสินใจเข้าซื้อกิจการ เพราะบริษัทต้องเข้าไปศึกษาข้อมูลบริษัทที่จะเข้าซื้อว่าดีหรือไม่ดีอย่างไร
แต่ยอมรับว่าในช่วงที่ทิศทางเศรษฐกิจทั่วโลกยังมีความเสี่ยงจะชะลอตัวเช่นนี้ ซัพพลายในการเข้าซื้อจะมีมากกว่าช่วงที่เศรษฐกิจโลกอยู่ในทิศทางขาขึ้น กรณีการเข้าซื้อกิจการบริษัทที่ดำเนินธุรกิจพลังงานทดแทนค่อนข้างมากนั้น มองเป็นโอกาสที่หลายบริษัทต้องการเข้ามามีส่วนร่วม แต่เชื่อว่าหากไม่มีความชำนาญในการทำธุรกิจจริง การต่อยอดการเติบโตก็ไม่เกิดขึ้น









