วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สั่งคลังปรับหนี้เกษตรกร8แสนราย

สั่งคลังปรับหนี้เกษตรกร 8 แสนราย เร่งกระทรวงเกษตรฯทำแผนรายละเอียดลูกหนี้เสนอครม.อีกครั้งสัปดาห์หน้า

นายอำนวย ปะติเส รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ(ครม.ศก.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน วานนี้(25 ก.พ.) ว่า ที่ประชุมได้อนุมัติแผนการปรับโครงสร้างหนี้สินเกษตรกร วงเงิน 116,000 ล้านบาท จากจำนวนลูกหนี้ทั้งหมด 8.18 แสนราย โดยมอบให้กระทรวงการคลัง ไปหารือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) เพื่อสรุปหลักเกณฑ์และรายละเอียดก่อนนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกครั้งวันที่ 3 มี.ค.นี้

ทั้งนี้ในเบื้องต้นโครงการดังกล่าว ได้ผ่านความเห็นชอบในหลักการไปแล้ว ทั้งครม.และคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กรณีการปรับโครงสร้างหนี้สินเกษตรกร เพื่อสร้างความเป็นธรรมในสังคมไปแล้ว

สำหรับการแก้ไขหนี้สินเกษตรกรรายย่อย ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในวงเงิน 116,000 ล้านบาท จากเกษตรกร 8.18 แสนราย ได้แบ่งกลุ่มลูกหนี้ออกเป็น 3ส่วน 1 .โครงการปลดเปลื้องหนี้ หรือ ตัดหนี้สูญสำหรับเกษตรกรรายย่อยที่ไม่มีศักยภาพ เสียชีวิต ทุพพลภาพ เจ็บป่วยเรื้องรัง ชรา และมีปัญหาสุขภาพ และเป็นหนี้ที่ใช้หลักประกันหรือค้ำประกันกลุ่ม กลุ่มนี้ครอบคลุมเกษตรกรจำนวน 2.84 ราย วงเงินรวม 4,000 ล้านบาท

กลุ่มที่ 2 โครงการปรับโครงสร้างหนี้ เกษตรเกษตรกรจำนวน 3.4 แสนราย วงเงิน 48,000 ล้านบาท เกษตรกรกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการประกอบอาชีพ แต่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ กลุ่มนี้สามารถเข้าโครงการพักชำระหนี้เงินต้น เป็นเวลา 3 ปี หลังจากนั้นสามารถชำระเป็นรายงวด ตามแต่จะตกลงระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ ระยะเวลาชำระหนี้ไม่เกิด 15 ปี เมื่อมีการชำระหนี้เงินต้นได้ตามเวลาที่กำหนด หรือชำระหมด ในส่วนของดอกเบี้ยก็ไม่ต้องชำระ ส่วนดอกเบี้ยเงินกู้ ที่ปรับโครงสร้างแล้ว ธ.ก.ส.จะรับภาระดอกเบี้ยบางส่วนแทนเกษตรกร รวมทั้งจะสนับสนุนสินเชื่อใหม่ตามแผนฟื้นฟู การประกอบอาชีพ การเกษตรหรือาชีพอื่นที่เหมาะสมในวงเงินกู้ไม่เกิน 50,000 บาท/ราย วงเงินสินเชื่อรวม 15,000 ล้านบาท

และกลุ่มที่ 3 โครงการขยายเวลาพักชำระหนี้ สำหรับเกษตรกรรายย่อยที่มีศักยภาพ ในการประกอบอาชีพ แต่ได้รับผลกระทบจากการงดทำนาปรัง และราคายางพาราตกต่ำมูลหนี้วงเงิน 64,000 ล้านบาท จำนวนเกษตรกร 4.5 แสนราย กลุ่มนี้พิจารณายืดระยะเวลาในการชำระดอกเบี้ย และงดคิดเบี้ยปรับดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตราที่เหมาะสม รวมถึงสนับสนุนสินเชื่อเพิ่มเติมให้ เพื่อปลูกพืชทดแทน และประกอบอาชีพการเกษตรอย่างอื่น หรือประกอบอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ วงเงินกู้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อราย รวมวงเงินสินเชื่อทั้งโครงการ 3.5 หมื่นล้านบาท โดยคิดดอกเบี้ยอัตราปกติของธ.ก.ส.

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมฯได้อนุมัติในหลักการและให้กระทรวงเกษตรฯ กลับไปทำรายละเอียดและหลักเกณฑ์ของจำนวนเกษตรกร วงเงินที่จะมีการตัดหนี้สูญ ยืดเวลาชำระหนี้และให้สินเชื่อเพิ่มเติมเป็นจำนวนและวงเงินเท่าไหร่ ซึ่งกระทรวงเกษตรฯจะเสนอให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาในสัปดาห์หน้า