ปี 58 รอการฟื้นตัวของยอดขายที่ดิน
4Q57 กำไรเติบโตจากรายได้ที่ดินจาก AMATA-นคร
AMATA ประกาศกำไรสุทธิสูงถึง 1.6 พันล้านบาทเติบโตค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับรายปีและรายไตรมาส ที่มีกำไรสุทธิเพียง 75 ล้านบาท และ 138 ล้านบาทตามลำดับ โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 3.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 127% YoY และ 331%QoQ เป็นผลจากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินกว่า 621ไร่ ซึ่งเป็นของAmata-นครถึง 480 ไร่ ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง 60-65% ทำให้เฉลี่ยทั้งไตรมาส AMATA มีอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ย 57.8% สูงกว่า รายปีที่ 40.9% และรายไตรมาส 42.2% ส่งผลโดยรวมมีอัตรากำไรสุทธิสูงถึง 43% ส่งผลให้ในปี 2557 AMATA มีกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 2.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% YoY
ยอดขายที่ดินมีโอกาสฟื้นตัว
สำหรับในปี 2558 เราคาดยอดขายที่ดินของ AMATA จะทำได้ดีขึ้น โดยเริ่มต้นของปีในเดือน ม.ค.บริษัทมียอดขายที่ดิน 60-70 ไร่ โดยมีลูกค้ารายใหญ่ที่เลื่อนมาจากปีก่อนรอเซ็นสัญญาจำนวน 400-500 ไร่ ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นภายในปี ขณะที่มีกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสนใจซื้อที่ดินและอยู่ระหว่างการเจรจายังคงมาจากกลุ่มประเทศญี่ปุ่นและประเทศจีน ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักโดยกลุ่มอุตสาหกรรมหลักยังคงมาจากผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องของกลุ่มยานยนต์ โดยคาดยอดขายทั้งปีจะทำได้ราว 1-1.2 พันไร่ เติบโตจากยอดขายในปี 2557 AMATA ทำได้เพียง 371 ไร่
ปรับคำแนะนำ “เก็งกำไร”
บริษัทประกาศจ่ายปันผล 0.50 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD วันที่ 29 เม.ย และจ่ายปันผล 20 พค.ให้ผลตอบแทน Dividend Yield 2.8% สำหรับประเด็นที่น่าติดตามของ AMATA ภายในปีนี้คือแผนจัดตั้งกองทุน REIT จากโรงงานให้เช่าและคลังสินค้าที่มี ที่คาดว่านำสินทรัพย์ดังกล่าวขายในตลาดหลักทรัพย์ ในช่วง 2Q58 สำหรับการนำ AMATA VN เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ จะดำเนินการระหว่าง 2Q58-3Q58 ซึ่งเรายังไม่รวมประเด็นดังกล่าวในประมาณการ จากระดับราคาปัจจุบันที่ปรับขึ้นมากกว่า 20% ในช่วง 3 เดือนทีผ่านมา ทำให้มีส่วนต่างราคาจำกัดเมื่อเทียบกับมูลค่าเหมาะสมปัจจุบันที่ 19 บาท ปรับคำแนะนำ จาก ซื้อ เป็น เก็งกำไร โดยมีปัจจัยเสี่ยงทีต้องติดตามคืองานในมือปัจจุบันที่มีเพียง 2 พันไร่ ซึ่งกรณีบริษัทขายที่ดินไม่ได้ตามเป้าหมายจะมีผลกระทบต่อผลประกอบการใน 2H58 และปี 2559









