"พาณิชย์" คาดราคาผักสดช่วงหน้าร้อนผันผวน ชี้ปริมาณผลผลิตสูงกดดันผู้ประกอบการไม่กล้าปรับราคาเกรงเสียตลาด ส่งทีมตรวจสอบใกล้ชิดป้องกันฉวยโอกาส
เผยสถานการณ์น้ำมันปาล์มยังไม่คลี่คลาย เข้มตรวจสต็อกหวั่นภัยแล้งกระทบผลปาล์มหด ระบุนำเข้า 5 หมื่นตันไม่ทำราคาร่วง
นายอิทธิพงศ์ คุณากรบดินทร์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่าราคาผักสดในช่วงหน้าร้อนตั้งแต่ มี.ค.-เม.ย.นี้ คาดมีความผันผวนปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยซึ่งเป็นไปตามฤดูกาล แต่สินค้าจะไม่ขาดแคลนเนื่องจากพื้นที่การเพาะปลูกผักกระจายตัวไปยังแหล่งผลิตใหม่ๆ เช่น โคราช สุพรรณบุรี อ่างทองมากขึ้น ทำให้ปริมาณสินค้ามีจำนวนมาก แม้ผลผลิตต่อไร่จะลดลงในช่วงหน้าแล้ง ดังนั้นจึงไม่ส่งผลต่อราคามากนัก
อย่างไรก็ตามกรมการค้าภายในได้กำหนดแนวทางดูแลสถานการณ์ราคาไว้ล่วงหน้า ด้วยการจัดชุดสายตรวจราคาผักสดในช่วงหน้าแล้งไว้แล้ว หากพบว่าพื้นที่ใดมีการปรับราคาในอัตราสูง จะเข้าไปตรวจสอบความเหมาะสมของราคาจำหน่ายทันที เพื่อไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคามากจนเกินไป จากนั้นจะประสานพื้นที่เพาะปลูกอื่นๆ เพื่อนำสินค้าไปทดแทนส่วนที่ขาดแคลน เพื่อทำให้ราคาในพื้นที่นั้นๆ อ่อนตัวลง
"ขณะนี้พื้นที่ปลูกผักมีมากขึ้น ทำให้มั่นใจว่าจะมีสินค้าเพียงพอกับความต้องการในช่วงหน้าแล้งที่ผลผลิตต่อไร่จะลดลง ทำให้ราคาอาจจะแกว่งตัวขึ้นเล็กน้อย แต่จะไม่ขาดแคลน และเชื่อว่าพ่อค้าแม่ค้าจะไม่กล้าปรับราคาสูงจนเกินไป เพราะเกรงว่าผู้บริโภคจะนำผักจากพื้นที่เพาะปลูกอื่นๆ มาทดแทนทันที หน้าแล้งนี้สถานการณ์ราคาผักสดจะไม่น่าห่วง" นายอิทธิพงศ์ กล่าว
ทั้งนี้ ราคาผักสดในตลาดกรุงเทพฯ ช่วงวันที่ 19 ก.พ. ที่ผ่านมา คะน้าราคาปรับเพิ่มขึ้น กก.ละ 2 บาท โดยอยู่ที่ กก.ละ 10-12 บาท สูงขึ้นจากวันก่อนหน้า (18 ก.พ.) ที่กก.ละ 8-10 บาท มะนาวแป้น (เบอร์1-2)เพิ่มขึ้น ลูกละ 0.50 บาท อยู่ที่ 3.00-3.50 บาท สูงขึ้นจากลูกละ 2.50-3.00 บาท ผักกวางกุ้ง กก.ละ 10-12 บาท สูงขึ้นจาก กก.ละ 8-10 บาท สาเหตุมาจากเป็นช่วงเทศกาลตรุษจีน ผู้ประกอบการหยุดค้าขายและคาดว่าจากนี้ราคาจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ส่วนสถานการณ์ราคาปาล์มน้ำมันพบว่าไม่อ่อนตัวลง แม้จะมีการนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบจากประเทศอินโดนีเซียเข้ามาครบจำนวน 5 หมื่นตันแล้วก็ตาม โดยราคาผลปาล์มเฉลี่ยที่กก.ละ 5.90-6.00 บาท (น้ำมัน 17%) เพราะน้ำมันปาล์มดิบในส่วนที่นำเข้ามากำหนดไว้ชัดเจนว่าต้องนำไปใช้สำหรับบริโภคและบรรจุเป็นน้ำมันปาล์มขวดขนาด 1 ลิตร ซึ่งเป็นแผนควบคุมการนำเข้าที่รัดกุมไม่ให้ส่งผลกระทบต่อราคาผลปาล์มในประเทศ
ขณะที่สถานการณ์สต็อกน้ำมันปาล์มเพื่อบริโภค ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างออกตรวจสต็อก ซึ่งเป็นมาตรการเสริมที่เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ให้โรงกลั่น โรงสกัดแจ้งปริมาณเข้ามายังกรมเท่านั้น หากพบว่ามีปริมาณต่ำกว่าที่ควรจะเป็นจะนำเสนอที่ประชุมอนุกรรมการปาล์มน้ำมัน ที่มีพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์เป็นประธาน โดยกำหนดเวลาประชุมตามมติที่ประชุมคณะกรรมการปาล์มน้ำมันชุดใหญ่ให้ประชุมทุก 2 สัปดาห์ เพื่อให้การแก้ปัญหาต่างๆที่อาจเกิดขึ้นเป็นไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากประเมินว่าปัญหาภัยแล้งปีนี้จะทำให้ผลปาล์มมีปริมาณน้อยลงและมีปริมาณน้ำมันลดลงเช่นกัน จึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยสต็อกน้ำมันปาล์มเพื่อการบริโภคในประเทศที่อยู่ในระดับปลอดภัยจะต้องมี 2 แสนตัน หากมีอยู่ในระดับ 1.7-1.8 แสนตัน ถือว่าเป็นระดับเฝ้าระวัง








