"พล.ต.สรรเสริญ" เผยรัฐบาลจะนำข้อมูลหลังถกความเห็นทุกฝ่าย ปมสัมปทานปิโตรเลียม ครั้งที่21 ไปตัดสินใจ
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวแก่สื่อมวลชนก่อนเวที “เดินหน้าประเทศไทย เพื่อความมั่นคงทางพลังงานที่ยั่งยืน” ว่า ไม่ว่าจะเป็นด้านของกระทรวงพลังงานหรือกลุ่มผู้เห็นต่างได้ชี้แจงข้อเท็จจริงให้สังคมได้รับทราบว่าประเทศไทยจะเดินหน้าในเรื่องของพลังงานไปอย่างไร ซึ่งเวทีดังกล่าวรัฐบาลได้มีการเตรียมการเป็นอย่างดี ทั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนประเด็นสำคัญเราได้รวบรวมประเด็นปัญหาที่กลุ่มผู้เห็นต่างได้ยื่นเข้ามา นอกจากนี้ได้รวบรวมข้อสงสัยของประชาชน ซึ่งรวมกันแล้วมีประมาณ 9-10 ข้อ
พล.ต.สรรเสริญกล่าวต่อว่าอย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้มีการพูดคุยกับกลุ่มผู้เห็นต่าง เห็นตรงกันว่าจะมีการปรับคำถามให้เหลือเพียง 2 ข้อ คือ 1.เรื่องที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายว่าหากวันนี้รัฐบาลจะเดินหน้าปิโตรเลียมด้วยระบบสัมปทาน มีข้อกฎหมายรองรับครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่ มีจุดใดเป็นช่องโหว่หรือไม่ อะไรที่จะเป็นจุดรั่วไหลต่อผลประโยชน์ของชาติ หรือหากมีการเดินหน้าในระบบอื่น เช่น การแบ่งปันผลประโยชน์ ประเทศไทยมีกฎหมายรองรับแล้วหรือยัง หากต้องมีกฎหมายขึ้นมาใหม่หรือแก้ไขกฎหมายเดิม จะมีผลกระทบต่อระยะเวลาความมั่นคงทางพลังงาน 7-10 ปี ตามข้อมูลที่มีการนำเสนอมาอย่างไร
2.หากมีการเดินหน้าหรือมีการชะลอแล้วเกิดผลกระทบต่อหลายๆ เรื่อง จะมีการบริหารผลกระทบดังกล่าวอย่างไรและใครต้องรับผิดชอบ อย่างไรก็ตามในเรื่องของความมั่นคงทางพลังงานไม่ว่าจะตั้งคำถามอย่างไรก็แล้วแต่ รัฐบาลต้องอธิบายความให้ชัดเจน และหวังว่าทั้งกระทรวงพลังงานและผู้ที่มีความห่วงใย จะตอบข้อสงสัยของสังคมได้ชัดเจน ว่าวันนี้ประเทศไทยมีความมั่นคงทางพลังงานอย่างไร หากจะเดินหน้าในระบบสัมปทานหรือแบ่งปันผลประโยชน์จะมีความแตกต่างกันหรือไม่ และอะไรที่เหมาะสมกับประเทศไทย และถ้าจำเป็นต้องเดินหน้าเปิดสัมปทานต่อไป จะมีการชี้แจงต่อสาธารณะอย่างไร ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายต้องไม่ละเลยต่อเรื่องสำคัญอีกทั้งยังหวังให้ประชาชนติดตามชมการถ่ายทอดสดทางช่อง 11 และต้องการให้ประชาชนแยกแยะข้อมูลข้อเท็จจริง เหตุผล อารมณ์และความรู้สึก เพราะประเทศไทยจะอยู่ได้ ต้องอยู่บนพื้นฐานของเหตุผลและข้อเท็จจริง
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ข้อมูลทั้งหมดจากเวทีนี้รวมทั้งกรณีที่ประชาชนได้ส่งเข้ามาจะมีการรวบรวมเพื่อที่จะนำไปพิจารณาว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร ซึ่งเรื่องดังกล่าว ไม่สามารถตกผลึกได้ภายในวันนี้ แต่จะดำเนินการโดยเร็วเพราะรัฐบาลต้องมีความชัดเจนและคิดว่านายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงและต้องการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องชี้แจงให้เกิดความชัดเจนว่าหากไม่รีบเปิดสัมปทาน พลังงานจะหมดจากประเทศไทยหรือไม่ ซึ่งหากพูดแต่เพียงการแก้ไขกฎหมายอย่างเดียวถือเป็นเรื่องที่เล็กไป ทั้งนี้ไม่ว่าจะฝ่ายผู้เห็นต่างจะชี้แจงอย่างไร แต่กระทรวงพลังงานต้องชี้แจงให้เกิดความชัดเจนเพื่อให้รัฐบาลสามารถนำไปตัดสินใจว่าจะเดินหน้าต่ออย่างไร
"
จริงๆ เวทีก็จัดหลายรอบแล้ว เราคาดหวังว่าเวทีนี้น่าจะเป็นเวทีท้ายๆ เพราะถ้าเราคุยกันไปเรื่อยๆ โดยไม่มีจุดจบ ไม่แน่ใจว่าจะมีข้อสรุปหรือไม่ จึงหวังว่าวันนี้ทั้งเหตุผลและข้อเท็จจริง จะเป็นประเด็นสำคัญ มากว่าอารมณ์และความรู้สึก" พล.ต.สรรเสริญ กล่าว









