"สยามรัฐ" คาด โลจิสติกส์ไทยปีนี้โต 10% สูงกว่าจีดีพีไทยที่จะโต 3.5-4.5% รับรัฐขึ้นเอ็นจีวรกระทบธุรกิจ
นายสยามรัฐ สุทธานุกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเมนท์ จำกัด ประเมินว่า ภาพรวมโลจิสติกส์ไทยจะยังคงโตต่อเนื่องปีนี้ที่ร้อยละ 10 จากปีที่ผ่านมาโตร้อยละ 8 ขณะที่เศรษฐกิจไทยปีนี้โตร้อยละ 3.5-4.5 ปี 2557 เศรษฐกิจไทยโตต่ำเพียงร้อยละ 0.7 นับเป็นอัตราการขยายตัวที่สูงกว่า ภาพรวมเศรษฐกิจประเทศ
สำหรับต้นทุนโลจิสติกส์ของไทยมีแนวโน้มลดลง จากที่อยู่ในระดับร้อยละ 17 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ปี 2550 ลดลงมาอยู่ระดับร้อยละ 14.3 ปี 2555 ขณะที่มูลค่าธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ภายในประเทศสูงขึ้นอย่างเนื่อง มูลค่าเพิ่มจากประมาณ 270,000 ล้านบาทในปี 2550 เป็น 310,000 ล้านบาทในปี 2554 และจะเพิ่มเป็น 350,000 ล้านบาทในปี 2558 ส่วนการปรับราคาเอ็นจีวี ของรัฐบาลนั้น บริษัทยอมรับว่ากระทบเช่นกัน เพราะรถบรรทุกมากถึงร้อยละ 30 ใช้เอ็นจีวีเป็นเชื้อเพลิง
ส่วนสถานการณ์ธุรกิจโลจิสติกส์ปัจจุบันยังคงมีการแข่งขันสูงและตลาดต่างจังหวัดมีการขยายตัวมากขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการที่ผู้ประกอบการต้องการกระจายสินค้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ทำให้มีความต้องการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ ธุรกิจโลจิสติกส์ของไทยและต่างชาติเห็นโอกาสทางธุรกิจ โดยผู้ประกอบการโลจิสติกส์ไทยอย่างเอสซีจี โลจิสติกส์ มีแผนที่จะขยายธุรกิจออกไปประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่ผู้ประกอบการโลจิสติกส์ต่างชาติมีแนวโน้มที่จะขยายธุรกิจเข้ามาในไทยเช่นกัน
ทั้งนี้ ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ระบุว่า ภาพรวมการขนส่งของไทยพบว่าการขนส่งสินค้าทางถนนมีมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 87.5 ของการขนส่งในภาพรวมทั้งหมด รองลงมาคือ การขนส่งทางน้ำ มีสัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 11.08 ขนส่งทางราง ร้อยละ 1.4 และขนส่งทางอากาศร้อยละ 0.02 โดยต้นทุนการขนส่งบาทต่อตันต่อกิโลเมตร ปี 2556 พบว่า ทางถนนอยู่ที่ 2.12 บาทต่อตันต่อกิโลเมตร การขนส่งทางรางอยู่ที่ 0.95 บาทต่อตันต่อกิโลเมตร ส่วนทางน้ำอยู่ที่ 0.65 บาทต่อตันต่อกิโลเมตร ขณะที่การขนส่งทางอากาศมีต้นทุนสูงสุดอยู่ที่ 10 บาทต่อตันต่อกิโลเมตร
นายสยามรัฐ กล่าวว่า หากเทียบต้นทุนโลจิสติกส์ในกลุ่มอาเซียนแล้ว ประเทศ สิงคโปร์มีต้นทุนภาพรวมต่ำที่สุด รองลงมา คือ ประเทศมาเลเซีย ขณะที่ไทยอยู่อันดับที่ 3 สำหรับแผนธุรกิจเอสซีจี โลจิสติกส์ ปีนี้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 17,300 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 12 จากปีที่ผ่านมาที่มียอดขาย 15,500 ล้านบาท และมีรายได้สูงสุดในไทย โดยบริษัทให้ความสำคัญมุ่งเน้นเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้กับลูกค้า จากบริการที่มีประสิทธิภาพสูงสุดของธุรกิจทั้งห่วงโซ่อุปทาน พร้อมกับขยายเครือข่ายกระจายสินค้าเพื่อรองรับการเติบโตทางธุรกิจแก่ลูกค้าทั้งในประเทศและขยายไปยังกลุ่มประเทศในภูมิภาคอาเซียน โดยเน้นการพัฒนาเครือข่ายการขนส่งข้ามประเทศ 3 ด่าน คือ อรัญประเทศ แม่สอด และมุกดาหาร
ขณะเดียวกันยังสร้างฐานและขยายเครือข่ายการขนส่งออกไปในกลุ่มประเทศ GMS และอินโดนีเซีย พร้อมกับเดินหน้าศึกษาที่จะจัดตั้งบริษัทโลจิสติกส์ในประเทศพม่าในปีหน้าและอินโดนีเซียปีนี้ นอกจากนี้ ยังเน้นกลยุทธ์การพัฒนาบริการเพื่อรองรับธุรกิจเอสเอ็มอี โดยเปิดตัว Nationwide One stop service พร้อมตั้งเป้าเพิ่มยอดรายได้ จากลูกค้านอกเครือซิเมนต์ไทยขึ้นอีก 10 เท่าภายใน 5 ปีนับจากนี้ไป เป็นต้น และยังลงทุนศูนย์กระจายสินค้ากว่า 500 ล้านบาท มีพื้นที่บริการ 18,000 ตารางเมตร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และลงทุนระบบบริการต่าง ๆ เช่น ระบบจัดเก็บและหยิบสินค้าอัตโนมัติบนชั้นวางสูง 13 ชั้นที่มีความแม่นยำ เป็นต้น






