กลุ่มคัดค้านสัมปทานปิโตรฯเสนอรัฐบาลแก้กฎหมาย พร้อมปรับรูปแบบเวทีถก20ก.พ. ให้นายกฯนั่งหัวโต๊ะ ด้าน"ประยุทธ์"ส่งตัวแทนเข้าร่วม
เวทีเสวนาสัมปทานปิโตรเลียมรอบ 21 ที่รัฐบาลจัดขึ้นในวันที่ 20 ก.พ.นี้ อาจล้มเหลว หลังกลุ่มคัดค้านฯเสนอให้แก้กฎหมายปิโตรเลียม และให้จัดเวทีถกเถียงใหม่ โดยขอให้นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมด้วย
วานนี้(18 ก.พ.) กลุ่มคัดค้านการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกรัฐมนตรี, นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์, นางสาวรสนา โตสิตระกูล กรรมาธิการปฏิรูปด้านพลังงาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ, นางบุญยืน ศิริธรรม อดีตสว.สมุทรสงคราม, นาย นพ สัตยาศัย นักวิชาการ, นายณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ นักวิชาการและม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ได้มีการหารือกันถึงแนวทางที่จะนำเสนอต่อรัฐบาลต่อประเด็นการคัดค้านการเปิดสัมปทานรอบที่ 21 ที่รัฐบาลจะจัดให้มีเวทีใหญ่ชี้แจงที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 20ก.พ.นี้
อย่างไรก็ตามหลังการหารือ นายอภิสิทธิ์ ได้เดินทางกลับโดยไม่ได้ร่วมแถลงข่าว แต่ให้นายธีระชัย เป็นผู้ชี้แจงถึงการหารือในครั้งนี้แทน
นายธีระชัย กล่าวว่าคณะผู้ร่วมหารือมีข้อเสนอถึงรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการปรับรูปแบบการจัดเวทีชี้แจงที่จะมีขึ้นในวันที่ 20 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล จากเดิมที่รัฐเป็นผู้กำหนดให้ตัวแทนภาคประชาชนเพียง 4 คนขึ้นอภิปรายในลักษณะของการโต้วาทีกับตัวแทนของภาครัฐ โดยเสนอให้เป็นการประชุมหารือวงเล็ก
ทั้งนี้ ให้มีการเชิญพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นั่งเป็นประธาน เพื่อรับฟังข้อเสนอ
ขณะภาคประชาชน กำหนดให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นผู้นำในการเสนอประเด็นทั้งหมด โดยที่มีผู้ทรงคุณวุฒิ และนักวิชาการแต่ละฝ่ายมาร่วมรับฟังและตั้งข้อสังเกต ซึ่งจะทำให้นายกรัฐมนตรี ได้รับทราบข้อคิดเห็นต่างๆ ได้โดยตรง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการหาข้อยุติร่วมกันได้ดีกว่ารูปแบบเดิมที่รัฐวางเอาไว้
เรียกร้องแก้พรบ.ปิโตรเลียม
นายธีระชัย กล่าวว่าขณะนี้ ประเด็นการคัดค้านการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ไม่ใช่เรื่องของการที่จะมาถกเถียงกันในเรื่องทางเทคนิคกันแล้ว แต่เป็นเรื่องของการบริหารจัดการที่ต้องการการตัดสินใจในเชิงนโยบายด้านพลังงาน
"ประเด็นที่ทางคณะเรียกร้องครั้งนี้ คือการแก้ไขพ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 ที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ทั้งหมด โดยหากเห็นว่ารูปแบบที่ทางคณะเสนอไปนั้น ไม่สามารถที่จะจัดได้ทันวันที่ 20 ก.พ.นี้ ก็สามารถที่จะเลื่อนระยะเวลาออกไปเป็นสัปดาห์ถัดไปได้"
"รสนา"ชี้มีหลายประเด็นต้องแก้ไข
นางสาวรสนา โตสิตระกูล กรรมาธิการปฏิรูปด้านพลังงาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ กล่าวว่า การที่มีอดีตนักการเมือง อดีตรัฐมนตรีนักวิชาการ เข้ามาร่วมคัดค้านการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องที่ดี และชี้ให้เห็นว่าเรื่องของพลังงานเป็นเรื่องที่มีความสำคัญสำหรับคนไทยทุกคน
ดังนั้น การจะเปิดเวทีชี้แจง ที่ดูเหมือนเป็นพิธีกรรม จัดเสร็จแล้วก็เดินหน้าเปิดสัมปทานต่อ จึงไม่มีประโยชน์ เพราะจนถึงวันนี้ประชาชนไม่ได้มีข้อสงสัย และไม่ได้อยากจะรับฟังการชี้แจงจากภาครัฐ แต่ต้องการที่จะให้มีการแก้ไขพ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ส.2514 ที่ใช้มากว่า 40 ปี และมีความล้าสมัย
สาระสำคัญที่อยากจะให้แก้ไขมีหลายประเด็น เช่น เรื่องของกรรมสิทธิ์ในปิโตรเลียมที่จะต้องเป็นของรัฐ เพราะระบบสัมปทานนั้น กรรมสิทธิ์ปิโตรเลียมเป็นของเอกชน ที่ประชาชนต้องซื้อจากเอกชนในราคาตลาดโลก ซึ่งก็ไม่ได้แตกต่างจากราคาปิโตรเลียมที่ต้องนำเข้า หรือเรื่องของการใช้ระบบอนุญาโตตุลาการในการระงับข้อพิพาท ที่ควรจะใช้ในกรณีอื่นเช่นเกี่ยวกับโครงการที่เราไปกู้เงินจากต่างประเทศ แต่ไม่ใช่กับกรณีปิโตรเลียม ที่เอกชนเข้ามาขุดเอาทรัพยากรที่เป็นของรัฐ ซึ่งที่ผ่านมาก็พิสูจน์ให้เห็นในหลายคดีแล้วว่า การใช้ระบบอนุญาโตตุลาการ รัฐแพ้ทุกคดีและต้องเสียค่าโง่ให้กับเอกชน
"อยากให้นายกรัฐมนตรีเข้ามารับฟังเรื่องนี้จากภาคประชาชนโดยตรงแทนที่จะฟังข้อมูลจากกลุ่มทุนพลังงานหรือข้าราชการที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน เพื่อที่จะได้ตัดสินใจนำพาประเทศไปในทิศทางที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทุกคน ไม่ใช่ประโยชน์เฉพาะของกลุ่มทุน" นางสาวรสนา กล่าว
ชี้เวทีรัฐบาลมีรูปแบบไม่ถูกต้อง
ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยนโยบายพลังงานและทรัพยากร มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนนำที่ร่วมแถลงข่าว กล่าวว่า เวทีที่รัฐบาลจะจัดขึ้นในวันที่ 20 ก.พ. ที่รัฐเป็นคนกำหนดทั้งรูปแบบและประเด็น และให้ตัวแทนประชาชนเพียง 20% จากคนที่รัฐบาลเชิญมา 300 คน มานั่งฟังการชี้แจงของรัฐบาล ไม่น่าจะใช่รูปแบบที่ถูกต้อง และจะหาข้อยุติร่วมกันได้
"รัฐควรจะเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มต้น ที่จะกำหนดรูปแบบและประเด็นการหารือร่วมกับรัฐ ซึ่งหากไม่สามารถจัดขึ้นได้ทันในวันที่ 20 ก.พ.นี้ ก็สามารถที่จะเลื่อนออกไปอีกได้"
"ประยุทธ์"ส่งตัวแทน-เมินเข้าร่วม
ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวภายหลังรับทราบข้อเสนอของกลุ่มคัดค้านที่ต้องการให้เข้าร่วมเวทีว่าการจัดเวทีในทำเนียบรัฐบาลก็ถือว่าให้เกียรติอยู่แล้ว ซึ่งข้อสรุปที่ประชุมมีนายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน มานั่งฟังด้วยจะนำไปรวบรวมสรุปและหาแนวทางเสนอขึ้นมาอีกครั้ง
"ผมตัดสินใจเองว่าจะทำอะไรแค่ไหน มีเรื่องอื่นอีกเยอะแยะที่ต้องทำ ถ้าทั้งหมดมีนายกฯคนเดียวก็ไม่ต้องมีครม.หรือมีใครทั้งสิ้น ใครรับผิดชอบสายงานไหนก็ว่ามา ผมจะเป็นคนตัดสิน ถ้าให้ผมไปนั่งฟังทุกวันก็ไม่ต้องทำงานแล้ว ให้ไปนั่งฟังแทนทั้ง 19 กระทรวงก็ไม่ใช่ ถือว่าผมให้เกียรติอยู่แล้วเพราะจัดเวทีในทำเนียบรัฐบาลในนามนายกรัฐมนตรี และห้ามมาทะเลาะเบาะแว้งอาละวาดด่าทอกันแถวนี้ไม่ได้"
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าขณะนี้อย่าเพิ่งไปสรุปว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ซึ่งมี 3 ประเด็นให้ไปช่วยกันคิดมาก่อน คือ 1. ระบบสัมปทาน 2.พีพีพีหรือการให้เอกชนร่วมกิจการของรัฐ และ3.รัฐลงทุนเองทั้งหมด โดยที่ประชุมในเวทีกลางวันที่ 20 ก.พ.จะแบ่งให้นั่งซ้ายขวาและตรงกลางให้มีผู้มีความรู้เรื่องพลังงานมานั่งฟังด้วยจะได้มีความคิดเห็นและสรุปกันมาว่าจะเอาอย่างไร
"ผมก็ไม่รู้จะไปบังคับอย่างไร ซึ่งต้องไปดูเหตุผลกัน บางอย่างฟังกันเสียบ้าง ก็คงจะตั้งสติกันได้บ้าง วันนี้อยากให้เข้าใจว่าเราเข้ามาแก้ไขโดยในหลายๆ สัญญาหลายๆ สัมปทานเกิดมานานแล้วก็ต้องไปดูว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ต้องปรับเป็นรูปแบบไหน"
เผยรัฐบาลเปิดเวทีถก6ชั่วโมง
แหล่งข่าวจากทำเนียบเปิดเผยว่ารูปแบบการจัดเวทีเสวนา จะไม่มีพลเอกประยุทธ์ ร่วมเวทีอย่างแน่นอน ซึ่งได้มอบหมายให้หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ เป็นผู้มารับฟังความคิดเห็นแทน โดยจะจัดที่ตึกสันติไมตรี และเปิดเวทีเสวนารวมแล้ว 6 ชั่วโมงเต็ม โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. ช่วงเช้า โดยช่วงแรกเริ่ม 09.00-12.00 น. จากนั้นจะพักเบรกรับประทานอาหารกลางวัน ซึ่งรัฐบาลจะจัดอาหารไว้บริการผู้ที่มาร่วมเสวนาและทุกคนที่มาร่วมรับฟัง
จากนั้นในรอบบ่ายจะเริ่มในเวลา 13.00-15.00น. ทั้งนี้จะมีการถ่ายทอดสดทางช่อง 11 แต่ไม่ได้ถ่ายทอดจนจบการเสวนา เนื่องจากว่าขณะนี้ภาคประชาชนยื่นคำถามมาที่ฝ่ายรัฐบาลแล้ว 9 คำถาม ดังนั้นการถ่ายทอดสดจะจบที่การตอบคำถามที่ 9 เท่านั้น
ส่วนการจัดรูปแบบเวทีจะคล้ายกับการจัดเวทีเพื่อแถลงผลงาน 3 เดือนของรัฐบาล โดยเวทีเสวนาจะจัดเป็นรูปตัวยู (U) ที่มีผู้ดำเนินการเสวนานั่งตรงกลาง ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะเป็นใคร แต่ไม่ใช่หลวงปู่พุทธอิสระแน่นอน และฝั่งซ้ายของผู้ดำเนินการเสวนาจะเป็นฝ่ายที่ให้ข้อมูลของรัฐ 4 คน ฝั่งขวาเป็นตัวแทนภาคประชาชนและกลุ่มบุคคลที่มีความเห็นต่างอีก 4 คน โดยถัดมาด้านหน้าเยื้องขวาของเวที จะเป็นที่นั่งของครม. ตัวแทนสปช.ด้านพลังงาน และฝั่งซ้ายจะเป็นตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ขณะที่ด้านหน้าเวทีเสวนาจะจัดพื้นที่ให้ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมรับฟัง และใกล้กันจะมีโต๊ะของศูนย์บริการประชาชน 1111 ที่จะมีเจ้าหน้าที่นั่งเพื่อรับคำถามจากประชาชน ที่จะส่งคำถามให้ฝ่ายรัฐเป็นผู้ตอบคำถาม และถัดไปด้านหลังจะเป็นที่นั่งของสื่อมวลชนและกล้องถ่ายทอดสด รวมแล้วมีความจุในห้องเสวนาประมาณ 300-400 คน ซึ่งรัฐบาลทราบดีว่าไม่เพียงพอจึงจัดพื้นที่ให้ประชาชนที่สนใจได้รับชมการถ่ายทอดสดการเสวนาได้ที่ตึกสำนักงานก.พ. ฝั่งตรงข้ามทำเนียบรัฐบาลด้วยอีกจุดหนึ่ง พร้อมกับจัดเจ้าหน้าที่คอยรับคำถามเพื่อส่งมาสอบถามจากฝ่ายรัฐที่เวทีกลางอีกทางเช่นกัน
เครือข่ายปชช.จี้ถ่ายสดเวที20ก.พ.
ในวันเดียวกัน กลุ่มเครือข่ายประชาชนปกป้องประเทศ จัดตัวแทน 4 คน นำโดยนางสมนึก คำผ่อง เข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เรื่อง ทวงถามความคืบหน้าการจัดเสวนาสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 เนื่องจากกลุ่มได้ทราบมาว่า 1. รัฐบาลจะไม่ดำเนินการถ่ายทอดสด 2. รัฐบาลจะไม่อนุญาตให้กลุ่มประชาชนเข้าฟังการเสวนา 3.รัฐบาลมีการจัดตั้งกลุ่มบุคคลเข้าร่วมเสวนา ซึ่งเป็นกลุ่มที่มิได้เป็นตัวแทนภาคประชาชนอย่างแท้จริง
พ.ท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี พร้อมเครือข่ายฯ รวม 15 คน อ่านแถลงการณ์ในนาม เครือข่ายประชาชนปกป้องประเทศ (คปป.) บริเวณหน้าศูนย์บริการประชาชน ภายในสำนักงานก.พ. โดยเรียกร้องให้รัฐบาลถ่ายทอดสดทางฟรีทีวีทุกช่องตลอดการเสวนา และต้องเปิดโอกาสให้ตัวแทนภาคประชาชนเข้าร่วมเสวนาให้มากที่สุดตามความจุของห้องประชุมตึกสันติไมตรี









