บริษัทจดทะเบียนม.ค.2558 พุ่ง80% เชื่อเป็นผลจากปัจจัยเศรษฐกิจส่งสัญญาณบริโภคดีขึ้น
การใช้จ่ายภาครัฐ และกลุ่ม คณะบุคคลด้านตรวจสอบบัญชีหันจดทะเบียนเป็นบริษัทหวังหลบระเบียบคิดฐานภาษีใหม่ของกรมสรรพากร
นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า การจดทะเบียนธุรกิจประจำเดือนม.ค. 2558 มี ผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทจัดตั้งใหม่ทั่วประเทศ จำนวน 5,980 ราย เพิ่มขึ้น 2,659 ราย คิดเป็น 80% เมื่อเทียบกับเดือนธ.ค. 2557 และเพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับเดือนม.ค. 2557 ซึ่งมีจำนวน 5,317 ราย
สำหรับนิติบุคคลที่จดทะเบียนเลิกทั่วประเทศในเดือนม.ค. 2558 มีจำนวน 1,380 ราย ลดลง 73% เมื่อเทียบกับธ.ค. 2557 ลดลง 3% เมื่อเทียบกับ ม.ค. 2557
นางสาวผ่องพรรณ กล่าวอีกว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าธุรกิจทำบัญชีและตรวจสอบบัญชีติดอันดับ 1 ใน 5 ประเภทธุรกิจที่จดทะเบียนจัดตั้งสูงสุดครั้งแรก เนื่องจากกรมสรรพากรปรับปรุงการจัดเก็บภาษีจากห้างหุ้นส่วนสามัญและคณะบุคคลในรูปแบบใหม่จากเดิมที่ไม่เคยเก็บภาษีจากส่วนแบ่งกำไรของห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคล เปลี่ยนเป็นเมื่อห้างส่วนสามัญหรือคณะบุคคลนั้นได้ยื่นเสียภาษีตามอัตราก้าวหน้าแล้ว เมื่อมีการแบ่งกำไรผู้เป็นหุ้นส่วนจะต้องทำเงินส่วนแบ่งกำไรไปรวมคำนวณเป็นรายได้ส่วนตัวอีกครั้ง
นอกจากนี้ยังบังคับให้ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคล ต้องจัดทำบัญชีแสดงรายได้และรายจ่ายแนบแบบแสดงรายการยื่นภาษีเงินได้อีกด้วย โดยให้มีผลบังคับวันที่ 1 ม.ค. 2558 ส่งผลให้ผู้ประกอบธุรกิจการทำบัญชีและตรวจสอบบัญชี ซึ่งเดิมประกอบธุรกิจในรูปแบบห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลหันมาจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลมากขึ้น
กรมมั่นใจว่าในปี 2558 ยอดการจดทะเบียนจะไม่ต่ำกว่า 60,000-65,000 ราย และจากการสำรวจข้อมูลถึงวันที่ 31 ม.ค. 2558 มีห้างหุ้นส่วนบริษัทจำกัดดำเนินกิจการอยู่ทั่วประเทศ จำนวน 598,462 ราย มีทุนจดทะเบียนรวมทั้งสิ้น 15.55 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นบริษัทจำกัด 417,596 ราย บริษัทมหาชนจำกัด 1,077 ราย และห้างหุ้นส่วนจำกัด/ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 179,789 ราย
“การจดทะเบียนจัดตั้งในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2558 จะมีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากการจดทะเบียนจัดตั้งในเดือนม.ค. 2558 มีจำนวนสูงขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา คิดเป็น 80 % และสูงกว่าเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา คิดเป็น 12% ประกอบกับธุรกิจน่าจะได้รับผลดีจากแนวโน้มการเติบโตของ GDP ปี 2558 ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 4 - 5%” นางสาวผ่องพรรณ กล่าว









