วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

สภาพัฒน์ยันยังไม่พบภาวะเงินฝืดแม้เงินเฟ้อต่ำ

"สภาพัฒน์" ยืนยัน แม้อัตราเงินเฟ้อลดลง แต่ยังไม่ทำให้เกิดภาวะเงินฝืด เหตุเศรษฐกิจยังเติบโตได้ดี

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) แถลงผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 4 ปี 2557 พบว่าจีดีพีขยายตัวร้อยละ 2.3 ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนจากการขยายตัวร้อยละ 0.6 ในไตรมาส 3 ปี 2557 โดยปัจจัยสนับสนุนทำให้เศรษฐกิจไตรมาส 4 ปรับตัวดีขึ้น มาจากการบริโภค การลงทุนของภาคเอกชน การส่งออก และรายจ่ายเพื่อการอุปโภคของภาครัฐ ทั้งหมดปรับตัวดีขึ้น โดยพบว่าการใช้จ่ายครัวเรือนขยายตัวร้อยละ 1.9 ความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจโดยรวมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 69.6 สูงกว่าระดับ 69.3 ในไตรมาสที่ผ่านมา ขณะที่การใช้จ่ายเพื่ออุปโภคบริโภคของภาครัฐเพิ่มสูงขึ้นจากร้อยละ 0.4 ในไตรมาส 3 ขณะที่การลงทุนรวมขยายตัวร้อยละ 3.2 และการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวร้อยละ 4.1

ส่วนการส่งออกขยายตัวร้อยละ 1.5 ปรับตัวดีขึ้นจากการขยายตัวติดลบร้อยละ 1.7 ในไตรมาส 3 คิดเป็นมูลค่าส่งออก 56,763 ล้านบาท ดังนั้น ปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้นส่งผลให้เศรษฐกิจไทยโดยรวมทั้งปี 2557 ขยายตัวร้อยละ 0.7 ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2558 สภาพัฒน์ ยังคงตัวเลขการขยายตัวไว้ที่ร้อยละ 3.5-4.5 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวอย่างช้า ๆ ของภาคส่งออกตามทิศทางการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก การฟื้นตัวของการลงทุนจากภาคเอกชนและการท่องเที่ยว รวมถึงการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณโครงการสำคัญของภาครัฐ การลดลงของราคาน้ำมันตลาดโลก

สำหรับปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยปี 2558 ประกอบด้วย 1.ราคาสินค้าเกษตรที่ยังอยู่ระดับต่ำมาจากสินค้าเกษตรบางชนิดมีสตอกอยู่มาก ขณะที่ปริมาณการเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรบางชนิดผลิตออกสู่ตลาดยังมีปริมาณสูงเมื่อเทียบกับความต้องการ ทำให้เป็นปัจจัยเสี่ยงหนึ่ง 2.เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวไม่แน่นอน 3.การแข็งค่าของเงินบาทที่ยังแข็งค่ามากกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค และ 4.อัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มลดลง อาจส่งผลกระทบอัตราดอกเบี้ยแท้จริงมีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งปัจจัยดังกล่าวผู้ที่กำกับนโยบายด้านการเงินจะต้องดูแลให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในภาวะที่เหมาะสม เพื่อเอื้อต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจด้วย

ส่วนปัจจัยเงินเฟ้อที่ลดลงกำลังนำไปสู่ภาวะเงินฝืดหรือไม่นั้น นายอาคม กล่าวว่า การพิจารณาปัจจัยว่าจะมีภาวะเงินฝืดหรือไม่ ต้องดูจากหลายปัจจัยทั้งราคาสินค้า รวมทั้งการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และการเติบโตของรายได้ ซึ่งทั้ง 2 ปัจจัยหลังยังเป็นไปในทิศทางที่ดี อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าเงินฝืดเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง โดยหลายประเทศหากอัตราเงินเฟ้อลดลงใกล้ระดับ 0 ก็จะมีมาตรการออกมาทันที ดังนั้น ย้ำอีกครั้งว่าผู้ดูแลนโยบายการเงินจะต้องดูแลให้อัตราดอกเบี้ยสอดคล้องกับภาวะทางเศรษฐกิจของประเทศ