ปรับ'ราคากลาง'จูงใจเอกชนประมูลงานรัฐ

กรมบัญชีกลางเตรียมปรับราคากลางใหม่ ส่งหนังสือถึง 4 สมาคมก่อสร้างให้เสนอวิธีคำนวณราคา ชี้เป็นต้นเหตุเบิกจ่ายล่าช้า เพราะราคากลางต่ำ
ผู้ประกอบการเมินร่วมประมูล กระทบแผนจัดซื้อจัดจ้าง คาดเบิกจ่ายได้ตามเป้าหมายในไตรมาส 3-4
กรมบัญชีกลางเตรียมกำหนดราคากลางค่าก่อสร้างในโครงการรัฐบาลใหม่ หลังจากการจัดซื้อจัดจ้างมีความล่าช้า ทำให้ไม่มีเอกชนเข้าประมูลงานรัฐและการของบประเมารเพิ่มจากราคากลางเดิมต้องใช้เวลาดำเนินการ
ล่าสุด การเบิกจ่ายงบประมาณปี 2558 ณ สิ้นเดือนม.ค.2558 มียอดเบิกจ่ายรวม 9.7 แสนล้านบาท หรือ 37.6% ของวงเงินงบประมาณรายจ่ายรวมที่ 2.575 ล้านล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 2.2% ในจำนวนนี้เป็นการเบิกจ่ายงบลงทุน 5.82 หมื่นล้านบาท หรือ 13% ของงบลงทุนรวม 4.49 แสนล้านบาท
การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณถือเป็นเป้าหมายสำคัญของรัฐบาลในการกระตุ้นการลงทุนภาครัฐ โดยหวังว่าหากภาครัฐบาลเร่งเบิกจ่ายงบลงทุน จะเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจที่สำคัญในช่วงที่การส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนยังไม่ฟื้นตัว
การประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการพูดถึงการเบิกจ่ายงบลงทุนล่าช้า โดยสาเหตุหลักมาจากราคากลางต่ำเกินไป ในขณะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้น ซึ่งม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี สั่งให้ไปแก้ปัญหาเรื่องราคากลาง
นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า การเบิกจ่ายงบลงทุนที่ล่าช้าในระยะแรกของปีงบประมาณ 2558 ส่วนหนึ่งเกิดจากการไม่สามารถจัดประมูลการจัดซื้อจัดจ้างได้สำเร็จ เนื่องจากไม่มีผู้ประกอบการสนใจเข้ามาประมูล ด้วยเหตุผลเพราะราคากลางที่ต่ำ โดยกรมบัญชีกลางได้รับรายงานข้อปัญหาดังกล่าวมาแล้วจากประมาณ 10 หน่วยงาน
นอกจากนี้ ยังได้รับรายงานสาเหตุที่ทำให้การจัดซื้อจัดจ้างล่าช้าคือกรณีที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่สำนักงบประมาณเสนอในการขอให้หน่วยงานที่กำลังจัดซื้อจัดจ้างไปเจรจาปรับลดราคาการก่อสร้างกับผู้ประกอบการ เนื่องจากต้นทุนราคาน้ำมันปรับลดลง ซึ่งประเด็นนี้ หน่วยงานภาครัฐต่างๆ ได้แจ้งว่า ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะบางสัญญาได้ลงนามจัดซื้อจัดจ้างไปแล้ว การเปลี่ยนสัญญาอาจนำไปสู่การฟ้องร้องระหว่างกันได้ และจะทำให้เกิดความล่าช้าในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
“นี่คือสาเหตุหลักๆที่ทำให้การจัดซื้อจัดจ้างมีความล่าช้า และยังมีบางหน่วยงานที่แจ้งด้วยว่า ได้ตั้งงบประมาณต่ำกว่าราคาในการจัดซื้อจัดจ้าง ทำให้เสียเวลาในการของบประมานเพิ่ม ซึ่งเรื่องนี้ทาง กรมฯ จะเข้าไปช่วยเร่งรัดในการแก้ไขปัญหา เพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างเดินหน้าตามเป้าหมาย”นายมนัสกล่าว
คาดเบิกจ่ายได้ตามเป้าในไตรมาส3-4
อย่างไรก็ตาม นายมนัส กล่าวว่า หลังจากที่กรมบัญชีกลางได้เรียกหน่วยงานที่มีผลการเบิกจ่ายล่าช้าประมาณ 41 หน่วยงาน ซึ่งมีงบลงทุนในปีงบประมาณ 2558 รวมกันกว่า 3.3 แสนล้านบาท มาหารือถึงความคืบหน้าและอุปสรรคในการเบิกจ่าย ก็ได้รับรายงานว่า จะพยายามเร่งรัดการเบิกจ่าย
คาดว่าไตรมาสสองจะเริ่มเห็นภาพการเบิกจ่ายลงทุนจำนวนหนึ่ง และจะมีการลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดจ้างได้เกือบทั้งหมด หรือประมาณ 90-100% จากนั้น ช่วงไตรมาส 3 และ 4 จะมียอดการเบิกจ่ายที่เป็นไปตามเป้าหมาย
“ในแง่การผ่อนคลายระเบียบการเบิกจ่ายนั้น เราได้ทำไปมากแล้ว ถือว่า มีความคล่องตัวและหน่วยงานต่างๆ ก็พอใจ ดังนั้น หากไม่มีอะไรติดขัด ก็เชื่อว่า ผลการเบิกจ่ายงบลงทุนจะเป็นไปตามเป้าหมายแน่นอน”
ส่งหนังสือ4สมาคมปรับปรุงวิธีคำนวณ
นอกจากนี้ นายมนัส ยังกล่าวด้วยว่า กรมบัญชีกลางได้รับหนังสือจาก 4 สมาคมที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง ประกอบด้วย สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อขอให้พิจารณาการดำเนินการปรับปรุงหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางก่อสร้างให้มีความเป็นธรรมและสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง
หนังสือดังกล่าวระบุเหตุผลในการขอปรับราคากลางในการคำนวณค่าก่อสร้างของหน่วยงานภาครัฐว่า ขณะนี้ อุตสาหกรรมก่อสร้างไทยได้ประสบปัญหาการดำเนินงานก่อสร้าง ซึ่งสืบเนื่องจากการประกาศอัตราค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท และ ราคาวัสดุก่อสร้างที่ถูกกำหนดให้นำมาใช้ในการคำนวณราคากลางต่ำกว่าความเป็นจริงมาก
แม้ว่า ทางกรมบัญชีกลางจะได้จัดตั้งคณะทำงานจัดทำและปรับปรุงหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางก่อสร้าง เพื่อร่วมกันพิจารณาหลักเกณฑ์ในการคำนวณราคากลางให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่สะท้อนต้นทุนค่าก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ขาดแคลนแรงงาน ค่าวัสดุก่อสร้างและค่าแรงที่เพิ่มขึ้น ค่าครองชีพ และค่าเครื่องมือเครื่องจักรที่เพิ่มขึ้น
“4 สมาคมดังกล่าวแจ้งว่า ราคากลางงานภาครัฐที่ต่ำกว่าความเป็นจริง ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการก่อสร้างและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายในภาคอุตสาหกรรม ดังนั้น จึงขอให้กรมบัญชีกลางปรับปรุงหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางก่อสร้างภาครัฐใหม่ และขอให้มีการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์ทุกด้าน และมีความเข้าใจในอุตสาหกรรมก่อสร้างแท้จริง”
เตรียมกำหนดราคากลางใหม่
นายมนัส กล่าวว่า ข้อร้องเรียนดังกล่าว จะได้มีการนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการและคณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์ราคากลางงานก่อสร้างภาครัฐ ในเร็วนี้ ซึ่งขณะนี้ ในส่วนของกรมบัญชีกลางได้รับทราบถึงความเดือดร้อนของกลุ่มผู้ประกอบการดังกล่าว โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องการขาดแคลนแรงงาน หลังจากที่รัฐบาลได้ปรับขึ้นอัตราค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาทต่อวัน ทำให้ต้นทุนแรงงานในภาคการก่อสร้างเพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการเคลื่อนย้ายแรงงานของภาคก่อสร้างไปประกอบอาชีพอื่นด้วย ทำให้ภาคก่อสร้างต้องแข่งขันด้านค่าแรงกับภาคอื่นๆ
ทั้งนี้ หลังรัฐบาลที่ผ่านมา ได้ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาทต่อวัน ทางคณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์ราคากลางงานก่อสร้างภาครัฐไปแล้วจำนวนประมาณกว่า 2% จากที่ภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างได้ขอมาราว 5-10% อย่างไรก็ดี การพิจารณาปรับค่ากลางงานก่อสร้างภาครัฐตามข้อร้องเรียนดังกล่าว จะต้องขึ้นอยู่กับคณะกรรมการฯ ซึ่งจะมีผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายฝ่ายในการพิจารณา







