วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สคฝ.จี้แบงก์แจงลูกค้า'ลดคุ้มครอง'เงินฝาก

สคฝ.จี้แบงก์ช่วยทำความเข้าใจผู้ฝากเงินถึงกรณีการลดคุ้มครองเงินฝากเหลือ 1 ล้านบาทในปี 59 ป้องกันประชาชนตื่นตระหนก

ยืนยันฐานะแบงก์พาณิชย์แข็งแกร่ง ล้มยาก เตรียมเสนอแก้กม.จ่ายเงินเร็วขึ้นเทียบมาตรฐานตปท.

นายนริศ ชัยสูตร รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้สคฝ.เร่งเสริมสร้างความเข้าใจในเรื่องการคุ้มครองเงินฝาก แก่ผู้ฝากเงิน และประชาชนทั่วไป กรณีที่การคุ้มครองเงินฝากจะลดลงเหลือ 25 ล้านบาท ในวันที่ 11 ส.ค.นี้ จากปัจจุบันอยู่ที่ 50 ล้านบาท และในวันที่ 11 ส.ค. 2559 วงเงินคุ้มครองเงินฝากจะเหลือเพียง 1 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ที่มีการลดคุ้มครองเงินฝากเหลือ 50 ล้านบาทจากการคุ้มครอง 100% นั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการฝากเงิน และบัญชีของผู้ฝากเงินแต่อย่างใด


ปัจจุบันกองทุนคุ้มครองเงินฝากมีเงินในบัญชีประมาณ 1.1 แสนล้านบาท โดยกองทุนดังกล่าวมีเงินไหลเข้าจากเงินนำส่งในระดับ 0.01% จากยอดเงินฝาก ซึ่งจำนวนเงินขณะนี้เพียงพอที่จะนำมาใช้ดูแลผู้ฝากเงิน และเท่าที่ประเมินพบว่าสถาบันการเงินของไทยมีความเข้มแข็งมาก มีหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในระบบเพียง 2.35% มีกำไรสุทธิถึงสิ้นไตรมาส 3 ปี 2557 ถึง 1.7 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.62% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน มีอัตราส่วนของเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (บีไอเอส) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 17.14% จากปีก่อนที่ 16.55% ซึ่งถือว่ามั่นคงมาก และระดับบีไอเอสของสถาบันการเงินยังสูงกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดไว้ 8% มาก
"หากประเมินจากภาวะเศรษฐกิจและแนวโน้มเศรษฐกิจนับจากนี้ไปคงจะเกิดวิกฤตสถาบันการเงินไทยได้ยาก และมั่นใจว่าการลดความคุ้มครองเงินฝากลง จะไม่ส่งกระทบให้เงินฝากไหลไปยังตลาดหุ้น หรือตลาดตราสารหนี้ เพราะแบงก์ที่รับฝากเงินมีมาตรการดูแลกลุ่มลูกค้าที่ฝากเงินรายใหญ่เป็นอย่างดี" นายนริศ กล่าว


นายสรสิทธิ์ สุนทรเกศ ผู้อำนวยการสคฝ. กล่าวว่า สคฝ.จะมีการหารือกับสมาคมธนาคารไทย เพื่อให้ทางธนาคารพาณิชย์ช่วยทำความเข้าใจ และประชาสัมพันธ์กับผู้ฝากเงินถึงการลดความคุ้มครองเงินฝากลง เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกเกี่ยวกับการลดความคุ้มครองเงินฝาก
อย่างไรก็ตามเท่าที่ติดตามบัญชีของผู้ฝากเงิน ไม่ได้พบการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ จากกรณีลดการคุ้มครองเงินฝากทั้งช่วงที่ลดจาก 100% เหลือ 50 ล้านบาท และในช่วงนี้ที่กำลังลดเหลือ 25 ล้านบาท โดยขณะนี้การฝากเงินในระบบธนาคารพาณิชย์ประมาณ 66.9 ล้านราย วงเงินฝาก 10.8 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นการนับรวมบัญชีในแบงก์ 1 รายต่อแบงก์ เพราะการคุ้มครองเงินฝากจะคิดต่อแบงก์ต่อราย หากมีบัญชีในแบงก์ เอ 10 บัญชีจะได้รับความคุ้มครองรวมกันเป็น 1 ราย แต่ถ้ามี 3 แบงก์จะได้รับความคุ้มครอง เป็น 3 ราย เป็นต้น


"เราขอให้ทางธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ดูแลลูกค้ารายใหญ่อย่างใกล้ชิด ซึ่งเชื่อว่าลูกค้ารายใหญ่เหล่านี้คงไม่มีการย้ายเงินฝากไปอยู่แบงก์รัฐ ซึ่งรัฐบาลคุ้มครองเต็มจำนวน เพราะลูกค้ากลุ่มนี้ทางแบงก์จะดูแลอย่างดี และกลุ่มนีเป็นกลุ่มที่ต้องการมากกว่าผลตอบแทนการฝากเงิน"


ทั้งนี้การลดการคุ้มครองเงินฝากเหลือ 1 ล้านบาทนั้นถือว่าคุ้มครองผู้ฝากเงินกว่า 98.23% เพราะพบว่ามีผู้ฝากเงินระดับไม่เกิน 1 ล้านบาทถึง 65.7 ล้านราย คิดเป็นยอดเงินฝากเพียง 2 ล้านล้านบาท ซึ่งการลดความคุ้มครองเงินฝากลงเป็นทิศทางเดียวกับในต่างประเทศ อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการดูแลผู้ฝากเงินให้ดียิ่งขึ้น สคฝ.อยู่ระหว่างเสนอปรับปรุง พ.ร.บ.สถาบันคุ้มครองเงินฝาก พ.ศ.?2521 ในส่วนของกระบวนการจ่ายเงินคืนแก่ผู้ฝากเงิน เพื่อให้ผู้ฝากได้รับความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ด้วยแก้ไขกฎหมายให้ผู้ฝากไม่ต้องมายื่นคำขอพร้อมพยานหลักฐาน เพื่อที่สคฝ.จะได้จ่ายเงินคืนให้ผู้ฝากเงินทันที หากมีสถาบันการเงินล้มหรือถูกเพิกถอนใบอนุญาต ตรงนี้จะทำให้ผู้ฝากเงินได้รับเงินคืนไม่เกิน 7 วันเหมือนกับในต่างประเทศ จากปัจจุบันขั้นตอนของกฎหมายต้องใช้เวลาในการติดต่อและให้เวลาในการพิจารณาคืนเงิน 4-6 เดือน