เอสเอ็มอีแบงก์ หนุนโครงการแก้จน ลดความเหลื่อมล้ำของรัฐบาล เตรียมดึงเงินหน่วยงานรัฐกว่า 1 หมื่นล้านบาท
มาปล่อยกู้ให้ผู้ประกอบการโอท็อปทั่วประเทศ หวังสร้างงาน เพิ่มรายได้ให้ชุมชน คิดดอกเบี้ยพิเศษ 5% คาดได้ข้อสรุปโครงการภายใน 16 ก.พ.นี้
นางสาลินี วังตาล ประธานคณะกรรมการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ธนาคารได้เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของประเทศ ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มีนายประวิตร วงศ์สุวรรณ เป็นประธาน พร้อมด้วยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาความยากจนและแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำให้เป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ เอสเอ็มอีแบงก์ จะเข้าไปช่วยในเรื่องการปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการชุมชน หรือโอท็อปทั่วประเทศ โดยจะมีหน่วยงานของรัฐในกระทรวงที่เกี่ยวข้องจะนำเงินมาฝากที่ธนาคาร เพื่อให้ธนาคารนำไปปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการโอท็อปทั่วประเทศ โดยคิดดอกเบี้ยพิเศษ ในอัตราที่ต่ำกว่าตลาด
"เอสเอ็มอีแบงก์เป็นกิจการธนาคาร คงไม่สามารถไปโฟกัสว่า จะช่วยคนจนได้เลย สิ่งที่เราทำได้ คือการช่วยส่งเสริมพัฒนากิจการโอท็อปให้มีการเติบโต และอยู่รอดได้ในระยะยาว หากทำได้จะช่วยสร้างแรงงาน สร้างเศรษฐกิจที่ดีในชุมชนได้ ซึ่งขณะนี้มีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับเอสเอ็มอีใน 2-3 กระทรวงเห็นด้วยกับแนวทางนี้ และจะนำเงินมาฝาก คาดภายใน 2 สัปดาห์ หรือภายในวันที่ 16 ก.พ.จะเปิดตัวโครงการนี้ได้"
ด้านนายสุพจน์ อาวาส กรรมการผู้จัดการเอสเอ็มอีแบงก์ เปิดเผยว่า สำหรับวงเงินหน่วยงานของรัฐ ที่จะนำมาฝากกับแบงก์รัฐ เบื้องต้นได้รับรายงานว่า จะมาจากวงเงินกองทุนหมุนเวียน 2-3 หมื่นล้านบาท และคาดว่ามีวงเงินประมาณ 1 หมื่นล้านบาทมาฝากกับเอสเอ็มอีแบงก์ เพื่อปล่อยกู้ผู้ประกอบการโอท็อป โดยทางแบงก์จะคิดต้นทุนเงินฝากจะอยู่ที่ 1% ทำให้แบงก์สามารถคิดอัตราเบี้ยปล่อยกู้พิเศษได้ 5% จากปัจจุบันอยู่ที่ 7%
วานนี้ (6 ก.พ.) เอสเอ็มอีแบงก์ได้ลงนามในบันทึกความร่วมมือในโครงการสินเชื่อเพื่อประกอบกิจการโครงการ กันตนา มูฟวี่ มอลล์ ซึ่งเป็นการสร้างโรงหนังขนาดเล็กในชุมชน ร่วมกับ บริษัท เอเชีย ซีนีม่า เน็ตเวิร์ค โดยนางสาลินี เปิดเผยว่า ธนาคารจะปล่อยกู้ให้กับบุคคล หรือนิติบุคคลที่ผ่านการคัดเลือกจาก บริษัท เอเชีย ซีนีม่า เน็ตเวิร์ค ซึ่งเป็นผู้ดำเนินโครงการนี้ วงเงินไม่เกิน 15 ล้านบาทต่อราย ระยะเวลาปล่อยกู้ไม่เกิน 15 ปี ตามแผนของทางกันตนาตั้งใจว่าภายในปีนี้จะสร้างให้ได้ 300 แห่ง หากทุกแห่งมาใช้สินเชื่อจากธนาคาร แต่อาจกู้ไม่เต็มจำนวน อาจจะใช้สินเชื่อรวม 1.5 พันล้านบาท
"จากโครงการที่ธนาคารทำอยู่ และมีแผนจะทำ มั่นใจว่าสินเชื่อใหม่ในปีนี้ถึงเป้า 4 หมื่นล้านบาทแน่นอน ส่วนสินเชื่อเดิมที่มีอยู่ ธนาคารจะมีการติดตามอย่างใกล้ชิด เตรียมโปรแกรมต่างๆ ไว้รองรับหากลูกค้ามีปัญหาในการผ่อนชำระ โดยเพาะในช่วงเศรษฐกิจซบเซาในช่วง 3-6 เดือนนี้ เช่นมีการเปลี่ยนสัญญายืดหนี้ เพื่อลดวงเงินผ่อนต่องวดลง เว้นการผ่อนเงินต้นในระยะสั้นเป็นต้น ส่วนลูกหนี้ที่เป็นหนี้เสีย ก็จะปรับโครงสร้างหนี้"
ทั้งนี้แผนการลดหนี้เสีย หรือเอ็นพีแอลของธนาคารมีความคืบหน้าไปมาก และจะเห็นการปรับลดลงที่ชัดเจนช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค.นี้ จากการตัดขายหนี้เสีย และปรับโครงสร้างหนี้ ทำให้ปัจจุบันเอ็นพีแอลลดลงไปอีก จากเมื่อช่วงสิ้นปีที่อยู่ที่ 3.1 หมื่นล้านบาท และภายในปีนี้ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านแน่นอน ส่วนจะได้ตามเป้าที่คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ดกำหนดไว้ว่า เอ็นพีแอลต้องลดลงมาเหลือ 1.3 หมื่นล้านบาทหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจของประเทศ









