ภาคเอกชนหารือ ศธ. แก้ปัญหาแรงงานภาคอุตสาหกรรม 14 สาขาขาดแคลน โดยเฉพาะ "ท่องเที่ยว-ยานยนต์"
ต้องการหลายแสนแต่ผลิตได้หลักพัน "ณรงค์" วอนภาคเอกชนร่วมรณรงค์เปลี่ยนค่านิยมนักเรียนนักศึกษาหันมาเรียนต่อสายอาชีพ
นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เปิดเผยวานนี้ (5 ก.พ.) ภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา โดยมี พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธาน ว่า ภาคเอกชนได้นำเสนอตัวเลขความต้องการแรงงาน พบว่า ภาคอุตสาหกรรมและบริการต้องการแรงงานเพิ่มอีกหลายแสนคน แต่กำลังการผลิตคนสายอาชีพทั้งของรัฐและเอกชนยังห่างไกลจากความต้องการ
โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ระบุว่า ภายในปี 2560 กลุ่มอุตสาหกรรม 14 สาขา ต้องการแรงงานเพิ่มอีก 6.8 แสนคน แต่วิทยาลัยอาชีวศึกษาทั้งรัฐและเอกชนผลิตกำลังคนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ในสาขาดังกล่าวได้แค่ปีละ 3.5 หมื่นคน
ขณะที่ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการโรงแรม ระบุว่า ต้องการแรงงานเพิ่มปีละ 2 แสนคน แต่มีกำลังการผลิตแค่ปีละประมาณ 1,500 คน ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตรถยนต์ในประเทศเป็นปีละ 3.5 ล้านคัน จากกำลังการผลิตในปัจจุบัน 2 ล้านคัน ส่งผลให้กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนต้องการกำลังคนเพิ่ม 1.3 แสนคน เป็นอย่างน้อยภายในระยะเวลา 5 ปี เพื่อให้กำลังคนในภาคยานยนต์เพิ่มเป็น 8 แสนคน จากปัจจุบันอยู่ที่ 6.7 แสนคน จึงจะเพียงพอต่อการผลิตรถยนต์ตามเป้า
นายชัยพฤกษ์ กล่าวอีกว่า สอศ.จะศึกษาความต้องการกำลังคนของแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมให้ละเอียด และคงต้องมีการวางแผนร่วมกันระหว่างภาคอุตสาหกรรมและสอศ. เพื่อหาทางผลิตกำลังคนให้ตรงตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรมทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ
อย่างไรก็ตาม คงไม่สามารถเพิ่มการผลิตกำลังคนให้เพียงพอความต้องการได้ทันที และจำเป็นต้องดึงภาคเอกชนมาร่วมมือด้วย ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมไปทำการบ้านในเรื่องนี้ และมานำเสนอในอีก 3 เดือนข้างหน้า
ด้าน พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยกับภาคเอกชนในการร่วมมือผลิตและพัฒนากำลังคน ซึ่งรวมถึงความร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตรและพัฒนาครูด้วย และขอให้ภาคเอกชนร่วมมือกับ ศธ. ช่วยประชาสัมพันธ์ต่อสังคมให้เปลี่ยนค่านิยมเกี่ยวกับการเรียนต่อสายอาชีพเพื่อดึงดูดให้เด็กมาเรียนสายอาชีพมากขึ้น









