พาณิชย์ตรวจตลาด หลังได้รับร้องเรียนผ่านสายด่วน 1569 พบข้าวขาหมู60บาท "ฉัตรชัย" เรียกห้างค้าปลีกสัปดาห์หน้า
นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังนำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จ ที่ตลาดสดโพธิ์สุวรรณ ซ.รามอินทรา 40 ว่า กรมฯ ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนผ่านสายด่วน 1569 ว่ามีร้านจำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จในราคาที่สูงกว่าราคาที่กรมฯ ได้ทำการวิเคราะห์ต้นทุน เช่น ข้าวขาหมู ข้าวหมูกรอบ และข้าวราดแกง โดยจำหน่ายจานละ 40-60 บาท ทั้งๆ ที่ต้นทุนวัตถุดิบต่างๆ ทั้งเนื้อหมู เนื้อไก่ และไข่ไก่ ยังอยู่ในภาวะปกติ และราคาทรงตัว
“ร้านค้าที่กรมฯ เข้าไปตรวจสอบ ได้แจ้งว่าที่ต้องจำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จในราคาสูง เพราะต้นทุนวัตถุดิบต่างๆ สูงขึ้น ซึ่งกรมฯ ก็ได้แจ้งเตือนไปแล้วว่าขอให้จำหน่ายในราคาที่สอดคล้องกับต้นทุน เพราะผลการวิเคราะห์ของกรมฯ พบว่า ต้นทุนวัตถุดิบต่างๆ ยังไม่มีการปรับเพิ่มขึ้น และน่าจะจำหน่ายในราคาเฉลี่ยที่เมนูละ 30-40 บาทได้”นายบุญฤทธิ์ กล่าว
เบื้องต้นกรมฯ ได้ทำการตักเตือนร้านค้าดังกล่าวไปแล้ว และได้ทำหนังสือเรียกให้มาชี้แจงรายละเอียดต้นทุนกับกรมฯ ว่ามีอะไรบ้าง และทำไมถึงต้องขายแพง ซึ่งหากพบว่ามีการจำหน่ายไม่สอดคล้องกับต้นทุนจริง ก็จะใช้มาตรการทางกฎหมายเข้าไปจัดการต่อไป ทั้งนี้ ร้านค้าดังกล่าว มีการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายอาหารเมนูต่างๆ อย่างครบถ้วน จึงไม่มีความผิดในเรื่องการปิดป้ายแสดงราคา
นายบุณยฤทธิ์ กล่าวว่า กรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเป็นห่วงและสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายราคาอาหารปรุงสำเร็จในพื้นที่ต่างๆ นั้น กรมฯ ได้มีการจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับการร้องเรียนเข้ามา จะให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
ในสัปดาห์หน้า พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ จะเชิญห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ เข้ามาหารือเพื่อขอความร่วมมือในการดูแลราคาอาหารปรุงสำเร็จที่จำหน่ายในห้างให้อยู่ในราคาที่เหมาะสม หลังจากกรมฯ ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่ามีการจำหน่ายในราคาที่สูงเกินจริง และยังจะมีการหารือ เพื่อพิจารณาปรับลดราคาสินค้าในช่วงเทศกาลเดือนเม.ย.2558 และช่วงก่อนโรงเรียนเปิดเทอม
นายบุณฤทธิ์ กล่าวอีกว่า การกำหนดราคาแนะนำอาหารปรุงสำเร็จ (จานด่วน) ทำได้ลำบาก เพราะทุกร้านไม่ได้มีมาตรฐานเดียวกัน เนื่องจากราคาจำหน่ายขึ้นอยู่กับคุณภาพวัตถุดิบที่นำมาผลิต ซึ่งมีราคาแตกต่างกัน เช่น เมนูข้าวผัดหมู ต้องพิจารณาอีกว่าเนื้อหมูที่นำมาใช้เป็นหมูติดมัน หรือหมูเนื้อ ก็จะต้นทุนวัตถุดิบที่แตกต่างกันอีก จึงกำหนดราคาแนะนำออกมาได้ยาก
"เรื่องราคาแนะนำ กรมได้เคยขอให้ห้างค้าปลีกจัดเมนูอาหารจานด่วน ซึ่งเป็นเมนูแนะนำในราคาประหยัด ทางห้างก็ให้ความร่วมมือ และราคาแนะนำ 10 เมนูพิเศษ แต่ปัจจุบันไม่ได้ใช้แล้ว ส่วนราคาอาหารที่จำหน่ายภายในโครงการหนูณิชย์ พาชิม เริ่มต้น จานละ 25-35 บาท ก็เป็นราคาที่เหมาะสมกับร้านและคุณภาพของอาหาร โดยกรมจะดูแลเรื่องอาหารจานด่วนให้ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ ได้รับความยุติธรรมทั้งสองฝ่าย คือ ผู้ขายต้องมีกำไรอยู่ได้ ส่วนผู้ซื้อก็ต้องซื้อในราคาที่เหมาะสม”นายบุณยฤทธิ์ กล่าว









